การเมืองเอเชียกำลังจะเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพราะผู้นำของสามชาติใหญ่สุด มีผู้นำที่มีแนวทาง ปฏิรูป สังคม
ตัวเองในแนวทางที่คึกคักยิ่ง
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เป็นผู้นำจีนรุ่นที่ห้าหลังท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ตั้งแต่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ เขาเขย่าบัลลังก์ของกลุ่มเก่าอย่างแรง ด้วยแนวทางที่จะนำจีนไปสู่ทิศทางใหม่ที่เปิดกว้างขึ้น แม้จะไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้กลุ่มการเมืองใดมาท้าทายพรรคคอมมิวนิสต์ก็ตาม
การที่สีจิ้นผิง กล้าปราบคนระดับนำของพรรคและระดับมณฑล ในข้อหาคอร์รัปชันอย่างไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกตอบโต้กลับจากขุมกำลังอำนาจต่าง ๆ นั้นย่อมสะท้อนว่าเขาพร้อมที่จะเผชิญกับแรงกดดันจากทุกฝ่าย เพราะรู้ว่าหากไม่สามารถสร้างศรัทธาจากประชาชน ด้วยการทำสิ่งที่ชาวบ้านคาดหวัง ทั้งเขาและพรรค ก็อาจจะหมดสภาพไปได้ในเร็ววัน
การทำเช่นนั้นได้ สีจิ้นผิงต้องมี “ความกล้าหาญทางการเมือง” ในระดับสูงมาก เพราะหากเขาเดินตามแนวทางผู้นำจีนก่อนหน้านี้ ก็จะต้องประนีประนอมกับคนของพรรคในระดับหนึ่งเพื่อความอยู่รอดของตน
ที่อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งท่ามกลางความประหลาดใจว่า นักการเมืองชาวบ้านอย่างเขาสามารถโค่นขุมอำนาจเก่าของตระกูลคานธีได้อย่างราบคาบ
โมดีต้องการจะเป็นผู้นำของปวงชนแตกต่างไปจากอดีตนายกฯ ที่อยู่ได้ด้วยบารมีเก่าของอำนาจและเงิน
นายกฯใหม่ของอินเดียกำลังจะปูพื้นฐานให้อินเดีย มีบทบาทเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่เทียบเท่ากับจีนและญี่ปุ่นได้ในอนาคตอันใกล้
ตอนที่เขาเป็นมุขมนตรีรัฐกุจรัฐระหว่างปี 2004-2012 โมดีสามารถทำให้เศรษฐกิจโต 10% ต่อปี และหากเขาสามารถทำเช่นนั้นได้กับอินเดียทั้งประเทศ แดนภารตะก็จะมีฐานะที่แข็งแกร่งโดดเด่นในเวทีโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
โมดีต้องการจะปฏิวัติวิถีปฏิบัติของคนเป็นนายกฯ ด้วยการทำตัวใกล้ชิดประชาชน อาทิตย์ที่ผ่านมา ในการปราศรัยวันชาติ เขาไม่ยอมให้หน่วยรักษาความปลอดภัยใช้กระจกกันกระสุน ที่ปกติจะนำมาเป็นเกราะกำบังผู้นำ
นายกฯอินเดียคนใหม่บอกว่าเขาต้องการจะอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน และพร้อมจะเสี่ยงภัยของการลอบสังหารซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในประวัติศาสตร์อินเดีย
หากโมดีจะผลักดันให้เศรษฐกิจของอินเดียก้าวกระโดดตามแผนได้จริง ก็จะต้องอาศัย “ความกล้าหาญทางการเมือง” ที่สูงมาก เพราะจะต้องทำในสิ่งที่ไม่เป็นที่นิยมชมชอบของประชาชนเช่น ยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันเพื่อจะเจียดงบประมาณให้กับการดูแลรักษาคนยากคนจนในยามป่วย
อีกทางหนึ่ง เขาจะต้องยื่นมือออกไปหากลุ่มการเมืองต่าง ๆ นอกเหนือจากพรรค BJP ที่ส่วนใหญ่เป็นฮินดูของเขาเช่นกลุ่มมุสลิม (ซึ่งมีมากถึง 150 ล้านคน)
ท่าทีลีลาของโมดีตั้งแต่ขึ้นมาเป็นนายกฯทำให้เห็นว่าเขามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น
ที่อินโดนีเซีย, เราก็เห็นผู้นำคนใหม่ที่มีหัวก้าวหน้า พร้อมจะใช้วิธีการปกครองที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนในอดีต
โจโก วิโดโดเป็นนักการเมืองที่มาจากชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้มีบารมีเก่าหรือฐานอำนาจเดิม หากแต่เพราะทำงานในระดับท้องถิ่นได้ผลจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าของเมืองจาการ์ตา
เขาพิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นว่าเขาเป็นผู้นำเท้าติดดิน แก้ปัญหาสลัม และปัญหาระบบราชการอย่างกล้าหาญ ไม่เหมือนกับผู้นำคนก่อน ๆ ที่นั่งอยู่ในห้องแอร์และคอยชี้นิ้วสั่งการ
แต่โจโกมีสไตล์และเนื้อหาใหม่ที่สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านได้
งานข้างหน้าไม่ง่าย เพราะเขาชนะเลือกตั้งมาอย่างเฉียดฉิว จึงต้องตั้งรัฐบาลผสม (ไม่เหมือนโมดีของอินเดียที่ได้คะแนนล้นหลาม สามารถตั้งรัฐบาลได้ด้วยพรรคเดียว) และจำเป็นต้องประนีประนอมทางการเมืองในระดับหนึ่ง
คำว่า “ความกล้าหาญทางการเมือง” จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นเกินไปสำหรับเขา
ผมกำลังจับตาผู้นำสามชาติยักษ์ของเอเชียอย่างใกล้ชิด เพราะต้องการศึกษาความเป็นผู้นำ และการใช้ความคิดแนวใหม่เพื่อบริหารสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทุกขณะ
การปฏิรูปกำลังเกิดขึ้นแล้วในภูมิภาคนี้!









