เหล้าเก่าเขย่าใหม่อีกครั้งกับมาตรการ "ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว" โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(สทท.) เตรียมเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาให้ชาวไทยที่ท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเครื่องบิน ฯลฯ มาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในวงเงินรวม 20,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศให้กลับเป็นปกติโดยเร็ว
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นแรงส่งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ฟื้นตัวตามมาได้เป็นอย่างดี แม้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาราว 4,000 ล้านบาทต่อปี แต่ระยะยาวจะได้รับการชดเชยจากภาวะการค้า การลงทุน และ เศรษฐกิจ ขยายตัว อย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม บริษัททัวร์ ต่างๆ เมื่อมีการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ผู้ประกอบการย่อมมีรายได้มากขึ้น
มาตรการลดหย่อนภาษีดังกล่าว ดำเนินการมาแล้วในปี 2553 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซบเซา จากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองเช่นกัน แต่ครั้งนั้นได้ลดหย่อนสูงสุด 15,000 บาท และระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างสั้นประมาณ 5-6 เดือน ทำให้ไม่เห็นผลตอบรับชัดเจนเท่าที่ควร
สำหรับการลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวนั้น จะต้องเป็นการใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ "ถูกกฎหมาย" อาทิ การเข้าพักในโรงแรมที่ถูกกฎหมาย การใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นไม่เพียงกระตุ้นการเดินทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบีบให้ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ปรับตัวสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมาย ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้โรงแรมผิดกฎหมาย บริษัททัวร์เถื่อน รถเช่าไม่จดทะเบียน ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ฝังตัวอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวควรต้องมีระยะเวลาดำเนินการที่เหมาะสม ไม่ใช่ระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาผลดี ผลได้ ระยะปานกลาง หรือหากต้องดำเนินการในระยะยาว จะสนับสนุน "คนไทยเที่ยวไทย" สร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากน้อยอย่างไร
ในแง่การดำเนินงานต้องวางกระบวนการบริหารจัดการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การสื่อสาร สร้างการรับรู้ต่อมาตรการดังกล่าว แนวทางดำเนินการ นักเดินทางต้องเตรียมตัวอย่างไร การขอหลักฐานทางการเงิน (ใบเสร็จ) ผู้ประกอบการที่เข้าข่ายใช้บริการแล้วสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ คณะทำงานสามารถนำอุปสรรค ปัญหาจากครั้งก่อนมาปรับ ประยุกต์ ได้ทันที อาทิ กรณีมีลูกค้าใช้บริการโรงแรมมีใบเสร็จเรียบร้อย แต่เมื่อนำไปหักลดหย่อน กรมสรรพากรกลับไม่มีรายชื่อโรงแรมดังกล่าว เป็นต้น การประสานงานในแต่ละภาคส่วนจึงมีความสำคัญไม่น้อย เพื่อขับเคลื่อนมาตรการไปในทิศทางเดียวกับและเปี่ยมประสิทธิผล
นับเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ยิ่งอนุมัติได้เร็วน่าจะมีผลดีต่อไฮซีซันที่กำลังมาถึงนี้ เพราะโดยภาพรวมธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจไทย ยังต้องลุ้นอยู่ว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้จริงตามคาด ในฤดูกาลขายไตรมาสสุดท้ายนี้หรือไม่









