วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถ้าทำได้จะเป็นจุดเปลี่ยนรัฐวิสาหกิจไทย

คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)

หรือซูเปอร์บอดร์ด เพื่อมากำกับดูแลและวางแผนทิศทางของรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง แม้ขณะนี้คนยังสับสนถึงแนวทางปฏิบัติของคนร.ว่ามีขอบเขตแค่ไหน แต่หากสามารถทำได้ตามแนวทางที่แถลงไว้ คือต้องการให้รัฐวิสาหกิจมีทิศทางที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสของการดำเนินงาน รวมทั้งได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบรัฐวิสาหกิจและจะเกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศระยะยาว

แนวคิดในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นในสมัยนี้ของคสช. แต่ได้มีความพยายามมา หลายยุคหลายสมัยในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากมองในแง่งบประมาณการลงทุนและความเกี่ยวพันกับประชาชน ก็ถือว่ารัฐวิสาหกิจมีบทบาทไม่ต่างจากกระทรวง ทบวง กรม ดังนั้นหากมีการปรับปรุงรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ ก็ย่อมทำให้การบริการแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดการใช้ทรัพยากรของรัฐวิสาหกิจอย่างคุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจในอดีตนั้น รัฐบาลในอดีตจะมุ่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจด้วยการแปรรูปเป็นหลัก เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ทำให้รัฐวิสาหกิจมีความคล่องตัวและบริหารงานที่ไม่ติดกับระบบราชการ อย่างเช่นกรณีของรัฐวิสาหกิจชั้นดีที่มีการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ อาทิเช่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย บริษัทการบินไทย เป็นต้น แต่ก็ปรากฎว่าการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจก็เป็นไปอย่างล่าช้า

ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่กระทรวงการคลังเคยดำเนินการไปแล้ว ก็คือการขายทิ้งรัฐวิสาหกิจ ที่ประสบกับปัญหาการขาดทุนจำนวนมาก เพราะหากให้ดำเนินการต่อไปก็จะเป็นภาระกับรัฐบาล อย่างเช่น โรงงานแก้ว โรงงานกระดาษ โรงงานแอลกอฮอล์ในอดีต ซึ่งก็ได้ขายให้เอกชนไปดำเนินงาน แต่ในรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาการขาดทุนก็มีบริการบางประเภทที่ถือว่าเป็นบริการสาธารณะที่รัฐต้องจัดหาให้แก่ประชาชน เช่น การรถไฟ ระบบขนส่งมวลชน การประปา การไฟฟ้า โดยรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรเหมือนเอกชน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบบรัฐวิสาหกิจไทย 56 แห่ง ถือว่ามีความหลากหลายอย่างมาก มีกิจการหลายประเภทที่เกิดขึ้นมานานกว่าครึ่งศตวรรษและเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก ซึ่งการจะปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยเร็ว อีกทั้งรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเคยชินกับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล จนไม่อาจปฏิรูปองค์กรได้โดยเร็ว ซึ่งถือว่าแนวทางการปฏิรูปของคสช.เป็นเรื่องท้าทายอย่างมากว่าจะหาแนวทางอย่างไรในการกำกับดูแลให้มีเอกภาพ

เราเห็นด้วยกับนโยบายการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนว่าคสช.จะทำอย่างไร นอกจากที่ประกาศเป็นนโยบายออกมาในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพ โปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ดังนั้น สิ่งที่อยากเห็นคือรูปธรรมจากคนร.ที่เข้ามารับผิดชอบโดยตรง และหากสามารถพลิกโฉมรัฐวิสาหกิจหลักๆ ได้ ก็เชื่อว่าประเทศไทยจะมีระดับการพัฒนาก้าวทัดเทียมกับหลายประเทศ