ร่างรัฐธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
และเตรียมทูลเกล้าฯเพื่อประกาศบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นเพียงกำหนดอำนาจและขอบเขตของคสช. ในการสานต่อในช่วงรัฐบาลชั่วคราวหรือรัฐบาลรักษาการ ที่คสช.กำหนดระยะเวลา 1 ปี เพื่อปฏิรูปสังคมไทยเตรียมสำหรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อนำมาประกาศบังคับใช้ เป็นรัฐธรรมนูญการปกครองของประเทศ
ขณะนี้ คนสนใจไปเรื่อง"ใครจะมา-ใครจะไป" และบทบาทของคนที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม ในการยกร่างกติกาของประเทศ ซึ่งหากจะประเมินเบื้องต้นว่ารัฐธรรมนูญจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ก็ให้ดูผู้ที่ยกร่างก็อาจจะพอคาดเดาออก แต่ก็อาจเป็นการคาดเดาในเบื้องต้นว่าจะเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าติดตามมากกว่า"ใครเป็นใคร"ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ แนวโน้มของ "เนื้อหาสาระ" ของตัวรัฐธรรมนูญเอง เพราะนั่นจะเป็นสิ่งชี้วัดแนวโน้มของประเทศหลังจากนี้ไป
อันที่จริง คำกล่าวที่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยที่อ้างว่าเป็นกฎหมายสูงสุดนั้น ถือเป็นการกล่าวเพียง"ครึ่งเดียว" เพราะหากเป็นกฎหมายสูงสุด"จริง" คงไม่มีการ"ฉีก"รัฐธรรมนูญ หรือ "บีบคอ"แก้ไขกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหากจะเข้าใจว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ต้องดูไปที่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ และมองว่ารัฐธรรมนูญเป็นการ"จัดสรร"อำนาจของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย โดยรัฐธรรมนูญไทยในอดีตนั้นก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ในแต่ละช่วงเวลานั้นมีบทบัญญัติที่เอื้อให้กับกลุ่มคนที่มีอำนาจอย่างไร
แน่นอนว่าขณะนี้คนอาจพุ่งเป้าไปที่ "ข้าราชการประจำ" ว่าจะกลับมามีอำนาจ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะขณะนี้ถือว่าข้าราชการประจำกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง โดยมีทหารเป็นฝ่ายนำ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ข้าราชการถือว่าถูกลดบทบาท รวมทั้งศักดิ์ศรีลงไปอย่างมากในยุคที่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นใหญ่ ดังนั้นจึงน่าจับตาว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นจะให้บทบาทต่อข้าราชการประจำอย่างไร และจะนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการจริงหรือไม่
แต่ประเด็นในหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญในขณะนี้ คือ อำนาจของฝ่ายประชาชน ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วๆไปว่าจะมีอำนาจและบทบาทอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าตั้งแต่ปี 2540 ต้องถือได้ว่าอำนาจของ"ภาคประชาชน"นั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าในบางกรณีอาจจะไม่มากพอสำหรับคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่หากเปรียบเทียบย้อนหลังกับรัฐธรรมนูญในอดีตแล้วก็ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 อำนาจของ"ภาคประชาชน"ถือว่าได้สถาปนาเป็น"อำนาจ"ในรัฐธรรมนูญของประเทศ
เราเห็นว่าการพัฒนาทางการเมืองในช่วง 10 ที่ผ่านมานั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ดูเหมือนว่าเกิด"กลุ่มอำนาจ"ในสังคมอย่างน้อย 4 กลุ่ม คือ ฝ่ายข้าราชการประจำ กลุ่มนักการเมือง กลุ่มนักธุรกิจและภาคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมานั้น ความขัดแย้งทั้งปวงอาจเกิดจากความไม่ "สมดุล" ของอำนาจเหล่านี้ในสังคม ดังนั้นเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้เองจะเป็นตัวกำหนดว่าต่อไปเราจะเดินไปอย่างไร และเป็นตัวชี้ชะตาของประเทศนับจากนี้ไปว่าจะ"เดินหน้า"ได้จริงหรือไม่ เพราะหากเกิดความไม่"พอดี"ขึ้นมา ความขัดแย้งก็เป็นสิ่งที่เรา"เลี่ยงยาก"อยู่นั่นเอง








