วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูเกิล มุ่งมั่นเชื่อมทุกสิ่งเข้าด้วยกัน

การ์ทเนอร์ ประมาณตัวเลขเมื่อต้นปีว่า ในปี 2557 ยอดจำหน่ายอุปกรณ์ดิจิทัล

ไม่ว่าจะเป็นพีซี แทบเล็ต หรือมือถือ จะมีมากกว่า 2,500 ล้านชิ้น โดยที่ 1,900 ล้านชิ้นในจำนวนนี้ จะเป็นอุปกรณ์แบบพกพา ที่กว่า 1,000 ล้านชิ้น ติดตั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ของกูเกิล

รายงานบอกด้วยว่า ราว 75% ของอุปกรณ์แอนดรอยด์ดังกล่าว จะเป็นการใช้งานในประเทศกำลังพัฒนา สอดคล้องกับข้อมูลของกูเกิล ที่ระบุในงานกูเกิลไอโอ (Google I/O) เมื่อปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ในเดือนพ.ค. มีจำนวนผู้ใช้แอนดรอยด์โฟนมากกว่า 1,000 ล้านคน ซึ่งผู้ใช้เหล่านี้ใช้งานอุปกรณ์มากกว่า 100,000 ล้านครั้งต่อวัน และถ่ายภาพตัวเอง (Selfies) 93 ล้านครั้งต่อวัน นับเป็นสถิติที่แสดงให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่รายนี้ได้เข้าถึงผู้คนได้นับล้านจากทุกมุมโลก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า การเชื่อมผู้คนเข้าหากันผ่านทางแพลตฟอร์มอุปกรณ์ และบริการดิจิทัล อาจเป็นอนาคตที่อยู่เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น

เชื่อมทุกสิ่งผ่านโมบาย

ในงานกูเกิลไอโอ (I/O) หรืองานประชุมนักพัฒนาประจำปีของกูเกิลนั้น ยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ช เอนจินรายนี้ ได้เผยแผนการสร้างโอเพ่นแพลตฟอร์มที่ขยายความสามารถได้

ที่ผ่านมากูเกิลได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายร้อยทีม และนักพัฒนาหลายพันรายทั่วโลกพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าถึงผู้คนนับพันล้าน โดยกูเกิลได้กล่าวถึงนวัตกรรมหลายด้านที่น่าสนใจตั้งแต่แอนดรอยด์โฟน แทบเล็ต กูเกิลกลาส สมาร์ทวอช แอนดรอยด์ทีวี และแอนดรอย์ออโต้ เพื่อรายล้อม และเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน

กูเกิลขยับตัวเต็มที่กับแอนดรอย์ออโต้ ซึ่งเป็นระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ (In-Car Infotainment) ที่ไม่ใช่ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ต้องติดตั้งเข้ากับรถ แต่เป็นการต่อสายจากแอนดรอยด์โฟนเข้ากับคอนโซลของรถยนต์ ทำให้การทำงานจากแอนดรอยด์โฟน รวมถึงแอพในเครื่องถูกนำเสนอยังหน้าจอขนาดใหญ่กว่า ที่ติดตั้งไว้ในคอนโซลรถยนต์แถมยังสั่งงานได้ด้วยเสียงขณะขับรถ

ที่สำคัญคือ การที่กูเกิลนำเอาแอพเด่นอย่าง Google Map ที่ให้ข้อมูลจราจร และการค้นหาข้อมูลในถนนมาให้ใช้อย่างสะดวก และมีระบบนาวิเกชั่นเพื่อนำทางรถแบบ Turn-by-Turn โดยระบบแอนดรอยด์ออโต้ จะใช้ได้กับรถยนต์ในกลุ่ม Open Automotive Alliance ซึ่งมีผู้ผลิตรถยนต์ร่วมเป็นสมาชิกกว่า 40 ราย โดยจะมีให้เห็นในปลายปีนี้ นับเป็นฟีเจอร์คู่แข่งตัวยง "CarPlay" จากค่ายแอ๊ปเปิ้่ลเลยทีเดียว

นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

นอกจากดิจิทัลไลฟ์สไตล์แล้ว กูเกิลก็ยังมีนวัตกรรมสำคัญที่อาจจะดิสรัพธุรกิจและเทคโนโลยีหลายด้าน ตั้งแต่โครงการ "ลูน" (Loon) ซึ่งเป็นการปล่อยเน็ตเวิร์คของบอลลูน ให้เดินทางไปในชั้นบรรยากาศความสูงถึง 60,000 ฟุต หรือสูงกว่าเพดานบินของเครื่องบิน

โครงการลูนจะทำให้ผู้คนในท้องถิ่นห่างไกลในชนบท สามารถติดต่อถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ต และจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับบริเวณที่ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยนิวซีแลนด์ ได้มีการทดลองโครงการลูนครั้งแรกเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมี "กูเกิลคาร์" รถยนต์ที่ไม่ต้องใช้คนขับ (Self-Driving Car) ไม่มีพวงมาลัย คันเร่ง หรือแม้กระทั่งเบรค ก็นับเป็นอีกโครงการใหญ่ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทดสอบมากว่า 4 ปี กูเกิลก็ได้สร้างรถยนต์ทดลองขนาดเล็ก 2 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าโดยมีลักษณะคล้ายรถเฟียต500 เพื่อทดสอบระบบนี้จำนวน 100 คัน

กูเกิลคาร์มีความเร็วที่ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง มีเซนเซอร์รับสัญญาณรอบคันรถในระยะ 600 ฟุต สามารถขับรับส่งผู้โดยสารยังจุดหมายปลายทางอัตโนมัติโดยปราศจากผู้ขับขี่ ซึ่งค่ายรถรายใหญ่ อย่าง เมอร์เซเดส บีเอ็มดับเบิลยู และวอลโว่ ต่างก็มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีไร้ผู้ขับอยู่ด้วยเช่นกัน

แอ๊ปเปิ้ลตัดหน้านวัตกรรมดิจิทัล

แม้ว่ากูเกิลจะครองเจ้าสนามสมาร์ทโฟน ด้วยจำนวนแอนดรอยด์โฟนที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 79% หรือ 785 ล้านเครื่องในปี 2556 ขณะที่แอ๊ปเปิ้ลมีจำนวน 153 ล้านเครือง แต่สำหรับนักพัฒนาก็ยังนิยมที่จะเริ่มพัฒนาแอพจาก iOS ของแอปเปิ้ลก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดมายังกูเกิล เนื่องจากความนิยมของแอพใน iOS มีสูงกว่า แอ๊ปเปิ้ลและกูเกิลจึงขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นเพื่อจะคิดค้นนวัตกรรมดิจิทัลที่ครองใจผู้บริโภคให้มากที่สุด

แอ๊ปเปิ้ลนับเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ใช้นวัตกรรมแสนเรียบง่ายจึงครองใจผู้คนมาตลอด ดังนั้นเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ไม่ว่าจะเป็น Carplay หรือสิ่งประดิษฐ์สำหรับสมาร์ทโฮม (Home Kit) รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้คน (Health Kit) จึงไม่น่าแปลกใจว่าจะได้รับความนิยมได้ไม่ยาก

คงต้องรอลุ้นกันว่านวัตกรรมของใครจะโดนใจผู้คนมากกว่ากัน แต่สำหรับธุรกิจแล้ว วิสัยทัศน์ในการนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาเสริมการให้บริการและเชื่อมต่อเข้ากับธุรกิจที่มีอยู่เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องติดตามและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม