วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมืองพม่าเครียด : "อองซานซูจี"เผชิญหน้า กองทัพรอบใหม่

ออง ซาน ซูจี กำลังจะเผชิญหน้ากับกองทัพอีกรอบหนึ่ง การเมืองว่าด้วยการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ”

ทำท่าจะตึงเครียดอีกรอบ

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำฝ่ายค้านที่ครั้งหนึ่ง คือ สัญลักษณ์แห่งการต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร ออกตระเวนหลายจังหวัดเพื่อระดมประชาชนกดดันให้กองทัพยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีหน้า

หากไม่แก้มาตรา 59D กับ 59F เธอก็จะไม่สามารถสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีได้

เพราะว่า มาตรานี้ในรัฐธรรมนูญที่ทหารเขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2008 ระบุชัดว่าใครที่แต่งงานกับต่างชาติ หรือมีญาติพี่น้องเป็นต่างชาติ ไม่อาจจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีได้

อดีตสามี Michael Aris ของ ออง ซาน ซูจี เสียชีวิตไปหลายปีก่อน เป็นชาวอังกฤษ เธอมีลูกชายสองคนซึ่งถือสัญชาติอังกฤษ

การชุมนุมของผู้สนับสนุนเธอ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค NLD ที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา ได้รับการสนับสนุนจากแกนนำของ Generation 88 ซึ่งเป็นกลุ่มปัญญาชนที่เคยต่อต้านรัฐบาลทหาร และได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกลับสู่ประชาธิปไตยของพม่า

การชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีขึ้นที่สองเมืองใหญ่ คือ ย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ แต่ละครั้งมีคนรวมตัวกันหลายหมื่นคน

คำปราศรัยของ ออง ซาน ซูจี ร้อนแรงไม่น้อย เธอบอกว่า “ทหารต้องกล้าหาญพอที่จะเผชิญกับความจริง” และยืนยันว่าเธอไม่ได้ต่อต้านทหาร แต่ “ต้องการให้ทหารทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประชาชนจะได้รักทหาร”

แต่การจะแก้ไขมาตรา 59F ได้นั้น ก่อนอื่นต้องแก้ไขมาตรา 436 ก่อน เพราะว่า มาตรานี้บอกชัดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใดๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา ไม่น้อยกว่า 75%

และเมื่อทหารมีที่นั่งในสภา 25% ความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองทัพ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของพม่า มีอดีตนายทหารชื่อ พลเอกทินอาย ออกมาเตือน ออง ซาน ซูจี ว่า ไม่ควรจะวิจารณ์รัฐธรรมนูญ เพราะว่า เธอเคยสาบานตนว่าจะเคารพในกฎหมายสูงสุดของประเทศ

กกต.พม่าถึงกับทำจดหมายทางการถึงพรรค NLD ว่า การที่หัวหน้าพรรควิพากษ์ทหารว่า ไม่ควรกลัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ

แต่พรรค NLD ก็โต้กลับว่า กกต.ไม่ควรจะทำอะไรอย่างนั้น เพราะว่าองค์กรอิสระแห่งนี้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่มีอำนาจเกี่ยวกับประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญแต่ประการใด

ตัวละครในเวทีการเมืองระดับชาติขณะนี้ มีไม่กี่คน ดังนั้นก้าวต่อไปของการเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จึงอยู่ที่การเจรจาต่อรองและหาทางออกร่วมกันระหว่าง

ประธานาธิบดีเต็งเส่ง (Thein Sein)

ประธานรัฐสภาฉ่วย มาน (Shwe Mann)

ผู้บัญชาการทหารบกนายพลมินอ่อง แลง (Min Aung Hlaing)

และ ออง ซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi)

กองทัพไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ ว่า จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่บอกว่าจะต้องดำเนินตามขั้นตอนในรัฐสภา โดยคณะกรรมการร่วมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเรื่องนี้ จะเสนอเข้าสู่สภาเพื่อลงมติ

คำว่า “ดำเนินตามขั้นตอน” ย่อมหมายถึง การไม่ยอมอ่อนข้อตาม ออง ซาน ซูจี ทั้งหมด เพราะหากว่ามีการโหวตกันในสภา เสียงข้างรัฐบาล และทหาร ก็จะชนะวันยังค่ำ

อีกทั้งประธานสภาฉ่วยมานนั้น ก็ได้ประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีค่อนข้างแน่นอน

การเผชิญหน้ารอบใหม่ระหว่าง ออง ซาน ซูจี กับผู้นำรัฐบาล กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง

หนทางสู่ ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบของพม่า ยังต้องผ่านเส้นทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว...อีกไม่น้อย