เศรษฐกิจชะลอตัว ความวุ่นวายทางการเมืองยืดเยื้อ สินค้าเกษตรลดน้อย หรือว่าชาวนายังไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าว
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตลาดรถยนต์ ช่วงไตรมาสแรกหดตัวลงไปอย่างแรง ถึง 46%
เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้ไปถามบริษัทรถยนต์ ยากที่จะได้คำตอบแบบชัดเจนว่าอะไรกันแน่คือสาเหตุหลัก ส่วนใหญ่บอกว่า ยากที่จะตอบได้ชัดเจน เพราะทุกอย่างล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น และที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ ทุกสิ่งมาเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ส่วนสถานการณ์ในเดือนล่าสุด เม.ย.จะเป็นเช่นไร วันที่ 22 พ.ค.นี้ ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะออกมาเปิดเผยตัวเลขทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การส่งออก และการขายในประเทศ
ซึ่งการส่งออกคงไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไรนัก เพราะที่ผ่านมาถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากตลาดเป้าหมายหลายๆแห่ง เริ่มฟื้นตัว แต่ตลาดในประเทศคงยังจะหวังอะไรได้ยาก เพราะโดยปกติแล้ว เดือน เม.ย.เป็นช่วงที่ยอดขายน้อยกว่าเดือนอื่นๆอยู่แล้ว เนื่องจากมีวันหยุดมาก และเงินที่อยู่ในมือ ถูกใช้ไปกับเทศกาลต่างๆ มากกว่าที่จะเอาไปซื้อรถ
ปีนี้จึงเป็นที่จับตากันว่าตลาดรถยนต์จะจบลงที่ตัวเลขเท่าไร แน่นอนว่าทุกคนทำใจว่าน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ถึงวันนี้หลายคนไม่มั่นใจว่าตัวเลขที่น้อยกว่านั้น มันน้อยกว่าที่ทำใจเอาไว้แล้วหรือไม่ หรือว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่านั้น เพราะเห็นได้จากตัวเลขคาดการณ์ของผู้บริหารต่างๆ ที่เริ่มปรับลดลงมา จาก 1.2 ล้านคัน เหลือ 1.1 ล้านคัน และชักจะเริ่มแตะๆแค่ 1 ล้านคันเท่านั้น
ตลาดรถยนต์ที่ร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่เพื่อนบ้านของเราหลายแห่งไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์กับไทยให้ได้ ซึ่งปีนี้คาดกันว่ายอดขายรถเมืองอิเหนาจะแทนที่ไทยเมื่อปีที่แล้วคือ 1.3 ล้านคัน นั่นหมายความว่า จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนแทนไทย
แต่เรื่องของยอดขาย ไม่ได้ฉายภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ชัดเจนนัก เนื่องจากยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต อุตสาหกรรมสนับสนุน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการส่งออก
ปัจจุบัน อินโดนีเซีย ส่งออกหลักแสนต้นๆ ขณะที่ไทยส่งออกทะลุหลัก 1 ล้านคันไปแล้ว หากมองในจุดนี้ ก็ต้องถือว่าภาพรวมของไทยยังดูดีกว่ามาก หลังบ้านยังแข็งแกร่ง แม้หน้าบ้านจะซึมเซาก็ตาม
แต่ก็มีผู้เตือนอย่างห่วงใยว่า อย่าเพิ่งวางใจกับความได้เปรียบที่เรามีอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากการย้ายฐานอาจจะเกิดขึ้นได้ การลงทุนใหม่ อาจจะไม่เข้ามาบ้านเรา โดยผู้เตือนให้ความสำคัญกับเรื่องต้นเหตุความไม่มั่นใจ คือ เหตุบ้านการเมืองที่ยังวุ่นวาย และที่สำคัญคือยังไม่มีใครรู้ได้ว่ามันจะเดินไปทางทิศใด ทางแยก ทางขนาน หรือว่าทางตัน
แต่ล่าสุดข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือว่าบีโอไอ ออกมาบอกว่า คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณากลั่นกรองโครงการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวม 1.6 แสนล้านบาท จากที่ค้างท่อรอการอนุมัติอยู่กว่า 7 แสนล้านบาท เพื่อเสนอให้บอร์ด บีโอไอ อนุมัติในลำดับต่อไป ซึ่งพบว่าโครงการส่วนใหญ่ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์
สอดคล้องกับข้อมูลของหน่วยงานญี่ปุ่น ทั้ง จามา หรือว่าเจโทร ที่บอกว่าช่วงนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนของญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทั้งหนีต้นทุนที่สูงในญี่ปุ่น และบางส่วนก็หนีมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศจากจีน และที่สำคัญก็คือ ไทยมีความพร้อมในหลายๆด้าน รวมถึงเป็นแหล่งรวมของลูกค้า
ส่วนเรื่องของปัญหาการเมือง แม้จะวิตกอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าการเมืองเป็นเรื่องที่มาแล้วก็ไป แม้ว่าในวันนี้จะยังไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไรก็ตาม









