มีใครสังเกตไหมว่า ทำไมข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง จึงได้แสดงตนอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนการประท้วง
ของ "มวลมหาประชาชน" โดยไม่กลัวว่าจะถูกหัวหน้างานหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพวกเขา เรียกไปตักเตือนหรือลงโทษ?
และแม้ว่า ศอ.รส. จะเรียกปลัดกระทรวงทุกกระทรวงไปพบ เพื่อชี้แจงจุดยืนของทางการต่อการแสดงออกทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนทำงานของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่แกนนำ กปปส.ไปเยี่ยมเยือนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดน้อยถอยลงแต่อย่างไร
ศอ.รส. จะเรียกปลัดไป "ทำความเข้าใจ" เป็นครั้งที่สองอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ผมก็เชื่อว่าไม่มีผลต่อความต้องการแสดงออกต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้
ความจริงก็มีคำถามว่า ศอ.รส.เรียกปลัดกระทรวงทั้งหลายไปพบ ด้วยเหตุผลอันใดกันแน่ เพราะจะว่าไปแล้ว ศอ.รส.ก็ไม่ใช่รัฐบาล และมีหน้าที่ชัดเจนตามชื่อว่า เป็นผู้ "รักษาความสงบ" มิได้มีอำนาจในการสั่งการกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งยังควรจะเป็นหน้าที่ของรักษาการนายกรัฐมนตรี
แต่ไม่ว่าจะตีความว่า "ข้าราชการต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมือง" ว่าอย่างไร หากรัฐบาล หรือ ศอ.รส. ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ก็จะต้องเข้าใจว่าข้าราชการในฐานะเป็นเจ้าของประเทศและเป็นพลเมือง มีสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องแสดงความเห็นทางการเมือง และร่วมกันหาทางออกของประเทศ
นักการเมืองไม่มีสิทธิห้ามข้าราชการประจำคิดและแสดงความเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล
เพราะว่ารัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่ผลประโยชน์ประเทศชาติเท่านั้น ที่ควรจะเป็นหลักคิดของข้าราชการประจำ
เพราะว่าข้าราชการประจำเป็นลูกจ้างของประชาชนผู้เสียภาษี ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการผลักดันเพื่อผลประโยชน์ของตนหรือพรรคพวกของตน
ดังนั้น การกดดันไม่ให้ข้าราชการมีความคิดอันเป็นอิสระของตน เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ขัดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นการบ่อนทำลายความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างชาติสร้างบ้านเมือง
เพราะว่าข้าราชการประจำ เป็นกลไกสำคัญของการต่อต้านคัดค้านนักการเมือง ที่มีพฤติกรรมชั่วร้ายโกงกินและทรยศต่อประชาชน
ผมเห็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจสำคัญๆ เช่น การบินไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แสดงตนในเรื่องจุดยืนทางการเมือง ด้วยการพร้อมจะฟังทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลแล้วก็มีความมั่นใจว่า "พลังของคนทำงานของรัฐ" (ซึ่งหมายถึงรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รัฐบาล) ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม
เหตุผลที่ชาวรัฐวิสาหกิจออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองในยามนี้ หนีไม่พ้นว่าเกิดจากความสำนึกร่วมกัน ว่า หากพวกเขาไม่ประสานเสียงกันให้ชัดเจน ก็จะถูกนักการเมืองที่ไร้ความรับผิดชอบเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติ ส่งคนของตัวเองเข้ามาบริหารและเป็นกรรมการบอร์ดเพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของตนต่อไป
ไม่ว่าข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ จะเห็นด้วยหรือไม่กับ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่การเรียกร้องให้มีการ "ปฏิรูป" ประเทศอย่างจริงจัง คือ สิ่งที่ข้าราชการประจำที่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต และต้องการเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า อย่างปฏิเสธไม่ได้
พวกเขาและเธอ ได้แสดงถึงความพร้อมที่จะร่วมไม้ร่วมมือกับทุกฝ่าย ที่มีความจริงใจในการสร้างชาติสร้างบ้านเมือง ต้องการเห็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม และจัดระเบียบและกติกาการเมือง การเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นระบบ
ผมเชื่อว่า คนที่ทำงานในระบบราชการ มีสำนึกในความรับผิดชอบ และกล้าหาญเพียงพอที่จะไม่ยอมรับใช้นักการเมืองฉ้อฉล และยืนหยัดเคียงข้างผลประโยชน์ที่แท้จริง
ชาวนาไทย ชอกช้ำจากนโยบายประชานิยม "จำนำข้าว" อย่างไร ข้าราชการไทย ก็เห็นความวิบัติที่เกิดจากประชานิยม "ลด แลก แจก แถม" (ด้วยภาษีประชาชน)...อย่างนั้น









