วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำงานกับมารร้าย

เพียงแค่มีมารร้ายร่วมงานคนสองคนก็สามารถทำลายขวัญ กำลังใจของผู้คนให้ตกต่ำลงได้อย่างมหาศาล

อยากให้คู่ต่อสู้ล่มสลายทำได้หนทางหนึ่ง คือ หาทางส่งเสริมให้ใครบางคนในองค์กรของคู่ต่อสู้มีพฤติกรรมเป็นมารร้ายสร้างความวุ่นวายในที่ทำงาน ผู้คนในองค์กรของคู่ต่อสู้ก็หมดเวลา หมดเรี่ยวแรงไปเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์กับความวุ่นวายที่มาจากมารร้ายนั้นแล้ว เหลือเรี่ยวแรงมาต่อกรกับเราไม่มากนัก

หากไม่อยากย่ำแย่เพราะฝีมือของมารร้ายในที่ทำงาน ก็ต้องรู้จักจัดการกับมารร้ายนั้นก่อนที่พฤติกรรมของมารร้ายจะสลายขวัญ กำลังใจ และความสามัคคีของผู้คนในองค์กรให้หดหายไป ตำราบอกไว้ว่าผู้บริหารไม่อาจวางเฉยกับพฤติกรรมที่จัดเป็นมารร้ายในที่ทำงานได้ การวางเฉยคือการยอมรับว่าวิธีการที่มารร้ายใช้นั้น เป็นวิธีการย่ำแย่ที่สามารถกระทำภายในองค์กรของเราได้ นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของการขยายพฤติกรรมมารร้ายออกไปในวงกว้าง หากวางเฉยวันนี้ สักวันหนึ่งที่ทำงานจะเต็มไปด้วยมารร้ายสารพัดแบบ

การรับมือกับมารร้ายในที่ทำงานนั้นต้องกระทำตั้งแต่ต้น คือต้องคาดการณ์ให้ได้ก่อนว่าคนที่เราทำงานร่วมด้วยนั้น ใครบ้างที่มีแววเป็นว่าที่มารร้ายในที่ทำงาน รู้แล้วว่าใครก็ให้จัดการแก้ไขไปทีละคน อย่าจัดการแก้ไขรวมเป็นกลุ่มใหญ่ ฤทธิ์เดชของมารร้ายที่อยู่เป็นกลุ่มนั้นมากมายนัก ระวังไว้ด้วยว่าพฤติกรรมที่เป็นมารร้ายมักเกิดขึ้นตามบริบทรอบตัวมากกว่าที่จะเป็นอุปนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พฤติกรรมมารร้ายจะปรากฏให้เห็นในยามที่สภาพแวดล้อมเปิดโอกาส ยามที่ทุกอย่างรอบตัวดีไปหมด มารร้ายก็ไม่มา ยามใดที่กำลังยุ่งยากลำบาก ยามนั้นมารร้ายปรากฏตัวให้เห็นเต็มไปหมด ดังนั้น จึงต้องคาดการณ์ให้ได้ว่าใครน่าจะเป็นมารร้ายในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีวิกฤติเกิดขึ้น อย่าจำกัดอยู่เพียงว่าที่มารร้ายเจ้าเก่าที่เคยยังเกตเห็น การรับมือกับมารร้ายที่ได้ผลดีที่สุดคือจัดการเสียก่อนที่จะออกอาการมารร้ายมาสร้างความวุ่นวายให้กับท่านและองค์กรของท่าน

คนที่มีแววว่าจะออกอาการมารร้ายในวันหน้า วันนี้มักเป็นคนทำงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ จากการที่มีความสามารถไม่เพียงพอที่จะทำงานนั้น และไม่รู้ตัวหรือไม่ยอมรับรู้ว่าตนเองมีฝีมือไม่เพียงพอ คนที่ฝีมือไม่พอแต่รู้ตัวไม่ค่อยจะพัฒนาไปเป็นมารร้ายในที่ทำงาน ดังนั้นให้จับตาดูคนทำงานที่ด้อยฝีมือและไม่รู้ตัวว่าฝีมือไม่ถึงไว้เป็นกลุ่มแรกๆ คนกลุ่มนี้ที่มีแววสองสามอย่างปรากฏให้เห็นร่วมด้วยมีโอกาสกลายเป็นมารร้ายในวันหน้า แววอย่างหนึ่งคือจะกล่าวโทษทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวในยามที่ทำงานที่มอบหมายไม่ได้ โทษเครื่องมือ โทษผู้ร่วมงาน โทษปัจจัยภายนอก แต่ไม่เคยสำนึกว่ามาจากตนเองด้อยความสามารถ นักวิจัยคนหนึ่งทำวิจัยไม่เป็นแต่เส้นสายดีได้ทำงานในหน่วยวิจัยที่ติดอันดับโลก ทำวิจัยคนเดียวไม่เคยสำเร็จ โทษนั่นโทษนี่ว่าเป็นอุปสรรค แต่ใช้วิธีเกาะงานคนอื่นไปทั่วด้วยเป็นคนคารมดีและมีเส้น วันหนึ่งหัวหน้ามอบหมายให้ทำวิจัยให้ได้ผลเพียงคนเดียว ก็ไปฟ้องร้องว่ากีดกันไม่ให้มีการทำวิจัยร่วมกันกับหน่วยงานอื่น บ้านเมืองนั้นก็ย่ำแย่พอที่จะเชื่อคำฟ้องร้องของนักวิจัยคนนั้น และหัวหน้าก็ตกเก้าอี้ไปตามระเบียบ ถ้าหัวหน้ามารร้ายคนนี้คาดการณ์ได้ก่อนว่าวันหนึ่งมารร้ายจะออกฤทธิ์ แล้วจัดการมารร้ายไปตั้งแต่ทำวิจัยที่มอบหมายครั้งแรกไม่สำเร็จ หัวหน้าก็ไม่ตกเก้าอี้ ท่านใดที่เชื่อมั่นในฝีมือการบริหารของตนเองและปล่อยให้คนไร้ความสามารถที่ไม่รู้ตนเองทำงานกับตนอยู่ต่อไป ให้ท่านรู้ตัวไว้ด้วยว่าวันหน้าท่านอาจจะเป็นผู้แพ้ฤทธิ์เดชของมารร้ายที่วันนี้ท่านคิดว่าเป็นแค่กระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้น

แววบ่งชี้ล่วงหน้าอีกแววหนึ่งคือ คนฝีมือไม่ถึงที่ไม่รู้ตัวเอง บางคนจะเป็นนักแสดงละครตัวฉกาจ ที่สามารถเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาต่อเป็นเรื่องที่ใช้อธิบายได้อย่างน่าฟังว่าทำไมจึงทำงานไม่สำเร็จ แม้จะไม่ใช่การกล่าวโทษคนนั้นคนนี้ แต่เรื่องที่บอกกล่าวจะเต็มไปด้วยเรื่องบังเอิญนอกเหนือการควบคุมสารพัดเรื่อง อาจารย์ในสถาบันฝึกอาชีพชั้นสูงคนหนึ่งที่สอนไม่รู้เรื่อง หัวหน้าภาควิชาใจดีปล่อยให้สอนอยู่หลายปี ก็ยังสอนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม โดยแต่งเรื่องครอบครัวแตกแยกบ้าง มีปัญหากับสามีบ้าง กิจการของครอบครัวประสบมรสุมเศรษฐกิจบ้าง อยู่นานวันความเป็นมารร้ายก็ปรากฏและเล่นงานจนหัวหน้าภาควิชาต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยทีเดียว

มารร้ายที่พัฒนามาจากคนด้อยความสามารถที่ไม่ยอมรับความจริงอาจมีอีกแววหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ล่วงหน้าคือ เป็นคนด้อยฝีมือที่โดดเด่นในการเป็นเจ้ากรมข่าวลือ มาทำงานมีข่าวลือมาปล่อยได้ทุกวัน และหากสังเกตดีๆ จะพบว่าข่าวลือที่มาปล่อยนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องร้ายๆ สำหรับองค์กร หรือที่หนักไปอีกคือเป็นข่าวลือร้ายๆ เกี่ยวกับผู้บริหาร งานที่มอบหมายทำไม่สำเร็จ แต่ชอบแลกเปลี่ยนด้วยการบอกกล่าวข่าวลือเกี่ยวกับองค์กร หรือผู้บริหารระดับสูง ถ้าท่านใดปล่อยให้ว่าที่มารร้ายปล่อยข่าวลือได้นานวัน วันหน้ามารร้ายจะใช้เส้นสายจากผู้บริหารหูเบามาจัดการท่านได้อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้

อย่ามองว่าเป็นการจ้องจับผิด แต่เป็นการหาทางป้องกันล่วงหน้าไม่ให้ผู้คนต้องทำงานอย่างยากเย็นเพราะมารร้ายเพียงไม่กี่คน ขอย้ำว่าการจัดการกับมารร้ายที่ดีที่สุดคือหาแววมารให้เจอก่อนที่จะออกพฤติกรรม แล้วจัดการไปตามกฎระเบียบ ตามความด้อยฝีมือที่มี ยิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำงานกับว่าที่มารร้ายเร็วเท่าใด ท่านและองค์กรของท่านก็มีโอกาสรอดจากมารร้ายได้มากเท่านั้น