แม้รายงานสภาพเศรษฐกิจสำนักต่างๆ จะระบุถึงตัวเลขซบเซา ของการจับจ่ายในประเทศไทย อันเนื่องมาจากผู้ซื้อไร้อารมณ์
หรือมัวเครียดกับสภาวะทางการเมืองในประเทศ แต่การซื้อสิ่งของจำเป็นยังเกิดขึ้นอยู่เสมอ เพราะคนไทยที่มีเงินนั้นยังมีอยู่อีกมาก และหนึ่งในสินค้าที่พิสูจน์ความมีเงินของคนไทยก็คือ สมาร์ทโฟน แทบเล็ต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รายงานตัวเลขยอดขอนำเข้ามือถือ-แทบเล็ตไตรมาสแรก ปี 2557 กว่า 5.2 ล้านเครื่อง เทียบกับปี 2556 ทั้งปีอยู่ที่จำนวน 10,667,477 เครื่อง ดังนั้นปีนี้ทั้งปีคาดว่าอัตราการเติบโตมากกว่า 100%
ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการขยายพื้นที่ให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือ 3จีใหม่ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลให้ผู้บริโภคโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้บริการด้านข้อมูลผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมากขึ้น พร้อมกันนี้ ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมของประชากรไทยที่พบว่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นบริการโทรคมนาคมที่คนไทยในทุกพื้นที่นิยมใช้สูงสุดมากกว่าบริการโทรศัพท์ประจำที่ หรือโทรศัพท์พื้นฐาน และบริการโทรศัพท์สาธารณะที่มียอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศประมาณ 101 ล้านเลขหมายแล้ว จากจำนวนประชากรทั้งประเทศประมาณ 67 ล้านคน
แนวโน้มของการใช้งานสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต เป็นไปเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการทำงาน และใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว พร้อมกันนี้ ผู้ที่มีเครื่องใช้แล้วก็มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ กรณีมีเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่คุณสมบัติดีกว่าออกสู่ตลาด ซึ่งเจ้าของแบรนด์ต่างทราบดีถึงความต้องการเหล่านี้จึงทยอยส่งเครื่องรุ่นใหม่ลงตลาดอยู่สม่ำเสมอ เพื่อยึดพื้นที่ส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด โดยตลาดสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตถือเป็นตลาดที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ค้าจัดกิจกรรมต่อเนื่อง และสร้างความคึกคักแก่ตลาดโดยรวมได้พอสมควรท่ามกลางบรรยากาศค้าขายอื่นๆ ซบเซา ถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นของนำเข้าทั้ง 100% แต่การซื้อมาขายไปก็สร้างบรรยากาศความคึกคักให้แก่ตลาดได้เป็นบางส่วน และส่วนต่างรายได้แก่วงจรธุรกิจบ้าง ในห้วงเวลาที่ความหวังริบหรี่ อะไรที่สร้างความคึกคัก ต่อลมหายใจธุรกิจได้ก็ยังพอให้มีความหวัง
ส่วนเรื่องคิดต่อยอดทำธุรกิจที่เป็นของประเทศเอง หรือสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ใดๆ คงไม่อาจปฏิเสธ หรือละเลยได้ แต่ห้วงเวลาที่ไม่ได้เตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลง หรือการหยุดชะงัก ตลอดจนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เมื่อมีแสงสว่าง มีความหวังเรืองรองบ้างก็ยังพอทำให้ใจชื้นขึ้นได้บ้าง และต้องนำบทเรียนที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างให้นำไปคิดต่อยอดสร้างแผนงาน หรือคิดค้นกลยุทธ์จะเพิ่มความก้าวหน้า ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องแก่เศรษฐกิจประเทศอย่างไรต่อไปแม้ในช่วงเวลาสับสน ยุ่งเหยิง ถึงช่วงเวลาแห่งบทเรียนราคาแพงของประเทศไทยยังไม่จบสิ้น แต่นักคิดคุณภาพทั้งหลายต้องเริ่มทำงาน เตรียมความพร้อมช่วยกันฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่ภาวะปกติโดยด่วน หรือประคับประคองความถดถอยอ่อนล้า ณ ปัจจุบันไม่ให้ลุกลาม ก่อนจะขยับไปอยู่แถวหลังถาวร ซึ่งคงไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนาของคนทั้งประเทศ









