วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หรือว่ารัฐล้มเหลวจะเกิดจริง?

กรณีการเปิดเผยรายชื่อของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีคนกลาง ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผล หรือ

มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองใดก็ตาม แต่หากติดตามสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ การเปิดเผยรายชื่อดังกล่าวก็ยิ่งตอกย้ำจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มการเมืองสองกลุ่มที่ไม่อาจไปด้วยกันได้ และหากติดตามการระดมผู้คนเพื่อแสดงพลังหรือเพื่อเป้าหมายทางการเมืองใดก็ตาม ทำให้เกิดความกังวลจากฝ่ายความมั่นคงว่าสถานการณ์จะบานปลายจนนำไปสู่การปะทะกันรุนแรงได้

หากใครที่ติดตามการเมืองในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อาจจะเห็นว่าความขัดแย้งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แทบจะไม่มีอะไรใหม่ไปจากเดิม ทั้งกลุ่มคนและประเด็นปัญหาที่หยิบยกขึ้นมาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งก็มักวนเวียนแต่เรื่องให้อำนาจนอกระบบมาช่วยแก้ปัญหา หรือไม่ก็หาคนนอกมาบริหารประเทศ ทั้งที่ประเทศไทยมีระบอบการปกครองที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าระบบการเมืองไทยไม่มีวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ดีพอ

ขณะนี้ มีประเด็นข้อถกเถียงระหว่างระบบ หรือตัวนักการเมืองกันแน่ที่เป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้งทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นปัญหาโลกแตกที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับองค์กรอิสระในการตัดสินคดีความ และมีผู้ที่ถูกตัดสินเห็นว่าถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระเหล่านี้ ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าระบบการเมืองก็มีปัญหาในตัวของมันเอง เพราะหากไม่มีปัญหาแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่สถาบันการเมืองสองสถาบัน คือ พรรคการเมืองกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญจะขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

หากระบบการเมืองที่มีการวางรากฐานมาอย่างดีแล้ว เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็นำไปสู่ความขัดแย้งกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังที่เห็นในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา โดยรากฐานแล้วมาจากความขัดแย้งของสถาบันทางการเมืองของไทยนั่นเอง ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่จะมีกระแสต้องการปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมทั้งการเคลื่อนไหวในปัจจุบันด้วย และอาจรวมถึงการเคลื่อนไหวของบางกลุ่มที่ต้องการปฏิรูปการเมืองคือการปฏิรูปองค์กรอิสระ

จากความขัดแย้งข้างต้น จึงกลายเป็นเรื่องของความขัดแย้ง ในประเด็นขอบเขตของอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งในเรื่องของเส้นแบ่งอำนาจ ที่ไม่มีใครยอมรับกัน จึงทำให้ปัญหาลามลงสู่เบื้องล่างที่เป็นมวลชนของกลุ่มการเมือง และยิ่งนักการเมืองและอำนาจต่างๆ ในสังคมยังไม่อาจหาเส้นแบ่งได้ ความขัดแย้งก็ยิ่งมีมากขึ้นและแนวโน้มจะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่ามีอำนาจตามกฎหมายหรือมีสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพลเมืองของประเทศ

เราเห็นว่า ความขัดแย้งในขณะนี้ จึงเป็นเรื่องแก้ไขยากก็ด้วยจากเหตุผลนี้เอง เพราะไม่มีใครยอมรับอำนาจของใครว่ามีอยู่จริงในสังคม ดังนั้น การแก้ปัญหาความขัดแย้งอาจไม่อาจทำได้ด้วยการเจรจาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความตกลงในเรื่องเส้นแบ่งทางอำนาจให้ชัดเจน โดยทุกฝ่ายต้องยอมรับความมีอยู่ขององค์กรอื่น เราเห็นว่า ขณะนี้กำลังสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดมิคสัญญีขึ้น ก็เพราะว่าไม่มีใครยอมรับอำนาจใคร และสังคมไทยก็จะก้าวไปสู่ที่บรรดาผู้รู้ว่ารัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง