วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าใช้การเมืองชี้นำข้อกฎหมาย

ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ....วงเงิน 2 ล้านล้าน ว่าขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องตกไป จากนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่ารู้สึกเสียดายที่ร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐบาลได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว อยากเห็นประเทศพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพราะนับจากมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเห็นได้ว่าขีดแข่งขันของไทยกับต่างประเทศ ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นรองเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามกฎหมายฉบับนี้

นางสาวยิ่งลักษณ์ระบุว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา ก็เสียดายกับสิ่งที่ควรจะได้พัฒนาให้ได้ก้าวนำในการเชื่อมโยงต่อภูมิภาคอาเซียน และเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่นอกจากเรื่องการลงทุนในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการลงทุนในภูมิภาค พร้อมแสดงความหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะรับฟังความต้องการและนำเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปสานต่อ เพราะเรื่องนี้เป็นโอกาสของทุกคน ไม่ใช่เป็นโครงการของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง จากนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมจะยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งจากกรณีนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "อยากขอว่าอย่างน้อยให้เรามีความยุติธรรมอยู่ในสังคม และอยากให้มองที่เจตนา อย่ามองการใช้ข้อกฎหมายเป็นข้อที่จะลิดรอนหรือเป็นข้อที่จะตัดสิทธิทุกคนเลย เพราะอย่างนี้เราจะไปกันลำบาก การพัฒนาประเทศก็ลำบาก จึงอยากขอความยุติธรรมและความเห็นใจ"

จริงๆ แล้วในเวลานี้ทุกฝ่ายควรตั้งสติ และตัดประเด็นทางการเมืองออก แล้วมาพิจารณาข้อกฎหมายกันว่าผิดถูกอย่างไร ไม่เช่นนั้นปัญหาจะไม่หมดไป เพราะอาจมีคำถามว่าถูกต้องหรือไม่ที่หัวหน้ารัฐบาลเสนอกฎหมายเอง แต่เมื่อศาลมีคำตัดสิน ก็ไม่ยอมรับคำตัดสิน หรือมีการเลือกที่จะยอมรับข้อกฎหมายหรือคำตัดสิน ที่เป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น และเลือกที่จะไม่รับข้อกฎหมายหรือคำตัดสินที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเอง

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็เคยระบุในการให้โอวาทแก่กำลังพล ตอนหนึ่งว่า การแข่งขันกีฬาถือเป็นการสร้างความรักความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว ความเข้มแข็งให้กับกองทัพ สร้างความรู้แพ้ รู้ชนะ และที่สำคัญต้องชนะใจตัวเอง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎกติกา กองเชียร์ก็เช่นเดียวกันต้องปฎิบัติตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด เปรียบได้กับสถานการณ์ภายในประเทศของเราในวันนี้ที่ทุกคนต้องรู้แพ้ รู้ชนะ ให้อภัยและเคารพกฎหมายของบ้านเมือง ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของกองทัพบกเพื่อแสดงให้เห็นถึงความอดทนและความเข้มแข็ง รักษากฎกติกามีวินัย จะต้องอดทนเหมือนกับตน ที่อดทนอยู่ในเวลานี้ เพราะต้องคำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมในฐานะที่เป็นทหารของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน จึงต้องปฎิบัติตามกฎ กติกา และกฎหมายของประเทศ เมื่อเรารักษากฎกติกาแล้ว ทุกคนในประเทศนี้ก็ต้องรักษากติกาให้ได้เหมือนเรา

ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้วจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ต้องตัดอารมณ์ความรู้สึกทางการเมืองออกให้หมด และพิจารณาตามเนื้อความของข้อกฎหมายไปว่าผิดหรือถูกอย่างไร ซึ่งหากทุกฝ่ายทำเช่นนี้ ทางออกสำหรับปัญหาต่างๆ ก็จะค่อยๆ สะสางไปได้