ผมไม่รู้ว่าใครต้องการ จะแบ่งแยกประเทศไทยจริงจังแค่ไหน แต่ใครพอใจมีอารมณ์ขัน ก็คงจะเห็นว่า
กิ้งกือสามารถตกท่อได้เสมอ
แรกเริ่มนั้น มีการพูดกันว่าจะอบรมให้ชาวบ้านสีใดสีหนึ่ง สร้างหมู่บ้านสีนั้นๆ แยกออกจากคนที่ไม่ใช่สีเดียวกัน
ครั้งแรกที่ได้ยินก็เข้าใจได้ว่า เป็นการสร้างฐานเสียงทางการเมืองของกลุ่มการเมือง และแยกแยะให้ถูกว่าหากจะมีกิจกรรมใดที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้นๆ ก็จะนัดหมายกันถูกต้อง และให้มั่นใจได้ว่าคนที่อยู่ในขอบข่ายเดียวกันนั้น เป็น "พวกเรา ไม่ใช่พวกเขา"
ความเคลื่อนไหวอย่างนั้น ก็น่าเป็นห่วงตั้งแต่ต้น เพราะเห็นได้ชัดว่านักการเมืองต้องการจะแบ่งให้ชาวบ้านเป็นกลุ่มเป็นก้อน ใครไม่ใช่พวกของตนก็แยกไปอยู่อีกข้างหนึ่ง ความรู้สึกแตกแยกในระดับท้องถิ่นเริ่มปรากฏให้เห็น
ต่อมาเมื่อมีการ shutdown กรุงเทพฯ ก็มีการอ้างว่าคนที่มาร่วมประท้วงกับ กปปส. ส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ และ ภาคใต้ จึงมีคนบางคนคิดแบ่งภาคเหนือกับอีสานไปจากกรุงเทพฯ และ ภาคใต้
วาทกรรมขณะนั้น เริ่มด้วยวลีที่ว่า "ต่างคนต่างอยู่" ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่ประท้วงรัฐบาล เรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม "สุดซอย" ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นคนภาคไหน ความเห็นต่อต้านการนิรโทษกรรมให้กับคดีคอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่แผ่ไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
หลังจากที่มีการออกข่าวให้คนภาคเหนือและอีสาน "ต่างคนต่างอยู่" กับคนภาคกลางและภาคใต้แล้ว ก็ตามมาด้วยคำประกาศของคนบางคนว่าจะมีการตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น" ขึ้นมา เพื่อปักหลักสู้กับผู้ต่อต้านรัฐบาลรักษาการ
คำว่า "รัฐบาลพลัดถิ่น" ก็สร้างความฉงนให้กับคนไทยทั่วไปพอสมควร เพราะไม่เข้าใจว่าใครจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น และด้วยเหตุผลกลใดจึงต้องไปตั้งรัฐบาลพเนจรขึ้นมา ทำไมไม่แก้ปัญหาให้มีรัฐบาลที่สามารถทำงานรับใช้ประชาชนคนไทยทั้งหมดได้
จากนั้นก็มีการเสนอจากคนกลุ่มเดียวกันว่า รัฐบาลพลัดถิ่นที่ว่านี้จะมีเมืองหลวงอยู่ที่เชียงใหม่
ทำให้เกิดการตีความต่อว่า นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาลพลัดถิ่นของ นายกฯ รักษาการ ที่มีฐานเสียงใหญ่อยู่ทางเหนือหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ก็มีการพูดถึง "รัฐบาลพลัดถิ่น" สำหรับคุณทักษิณ ชินวัตร แต่ในความหมายของการตั้งรัฐบาลในต่างประเทศ มิใช่ในความหมายที่จะมีรัฐบาลพลัดถิ่นที่อยู่ทางเหนือ
เพราะหากว่าตีความตามนี้ ก็อาจจะเข้าใจได้ว่า รัฐบาลพลัดถิ่นที่ยังอยู่ในประเทศไทยนั้น คือ การปักหลักของรัฐบาลที่จะต่อสู้กับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลที่กรุงเทพฯ
แต่แล้วก็มีป้าย "สปป. ล้านนา" ขึ้นในหลายจุดทางภาคเหนือ ทำให้มีผู้คนตีความไปสอดคล้องกับคำว่า "รัฐบาลพลัดถิ่น" ก่อนหน้านี้ เพราะคนที่พูดก็มีน้ำเสียงและความเกี่ยวโยง
ป้าย "สปป. ล้านนา" ขึ้นใกล้ๆ กับช่วงที่มีการประกาศในบางเวทีปราศรัยที่สนับสนุนรัฐบาล ใช้คำว่า "แยกประเทศเสียเลยดีไหม?" ซึ่งบางครั้งก็มีการต่อเติมประโยคเป็น "แยกประเทศ" ไปเลย
แกนนำรัฐบาลบางคนพูดถึงการแบ่งประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว ในช่วงสงคราม ยิ่งทำให้เกิดการตีความต่อไปอีกว่าคนที่พูดกำลังวิเคราะห์ว่าประเทศไทยกำลังจะไปทิศทางนั้น เพราะคำว่า "สงครามกลางเมือง" กับ "แบ่งแยกประเทศ" ได้รับการกล่าวถึงในบริบทเดียวกัน
ทั้งๆ ที่ เวียดนามแตกเป็นสองประเทศนั้น มีเหตุผลที่ไม่มีอะไรเหมือนกับของไทย เวียดนาม แยกเป็นสองประเทศ เพราะสงครามที่มาจากประวัติศาสตร์การยึดครองของต่างประเทศ ตามมาด้วยความแตกแยกทางอุดมการณ์ทางการเมือง และท้ายที่สุดก็กลับมารวมชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
วันนี้ บางคนออกมาบอกว่า "สปป." ไม่ได้หมายถึง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน หากแต่หมายถึง สมาพันธ์ปกป้องประชาธิปไตย
นั่นก็เป็นวิธีอธิบายความอย่างหนึ่ง ใครจะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หรือที่มีคนพยายามอธิบายว่า คำว่า "กู" บนป้าย "สปป. ล้านนา" นั้น หมายถึง เพียงคนคนเดียว เป็นเอกพจน์ ไม่ใช่พหูพจน์ จึงเป็นเพียงความเห็นของคนคนเดียว ไม่ใช่เป็นคนหมู่มาก จึงไม่เข้าข่ายกบฏแบ่งแยกดินแดนอย่างที่กล่าวหากัน
คำถามที่ตามมา ก็คือ ถ้าหาก สปป. หมายถึง "สมาพันธ์" ปกป้องประชาธิปไตย ก็คงจะต้องหมายถึงมากกว่าหนึ่งคน เพราะ "กู" คนเดียวย่อมเป็น "สมาพันธ์" ไม่ได้
ผมไล่เรียงลำดับมาให้อ่าน ก็เพื่อจะบอกว่าในการเมืองไทยนั้น ศรีธนญชัย ไม่เคยตาย









