วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนดูทีวี-สมาร์ทโฟนในที่มืด เสี่ยงโรค"เทคโนโลยีซินโดรม"

วันนี้ขอนำเรื่องใกล้ตัวมาเสนอสำหรับคนยุคใหม่ ที่ชอบปิดไฟดูทีวี หรือส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในความมืด

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือน ว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เรียกว่าเทคโนโลยีซินโดรม เพราะต้องเพ่งสายตาที่จอ ทำให้ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงเกิดโรคต้อหินถึงขั้นตาบอดได้ โดย นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญโรคตาประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี อธิบายถึงสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคต้อหิน คือความเครียด ที่ทำให้เกิดความดันลูกตาขึ้น

ซึ่งการที่คนเราใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ โทรทัศน์ จะทำให้เกิดความล้าของสายตา ตาแห้ง เนื่องจากต้องใช้สายตาเพ่งที่ภาพหรือตัวอักษรที่มีขนาด เล็กและอยู่ในจอ การเพ่งจะทำให้ม่านตาขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมปิดไฟดูทีวี เล่นสมาร์ทโฟน ไอแพด มีแอพพลิเคชั่นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟชบุ๊คหรือไลน์ต่าง ๆ การส่องไฟฉายอ่านหนังสือ จะมีความเสี่ยงเกิดเทคโนโลยีซินโดรมได้ง่าย

ส่วนวิธีรักษาด้วยตนเองสามารถทำได้ง่ายๆ คือให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด และดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มน้ำให้ตาให้ชุ่มชื้นขึ้น หรือทำประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูหนาหรือผ้าเช็ดหน้า พับ 3 ส่วน นำไปแช่น้ำที่มีน้ำแข็งจนเย็น บิดหมาด ๆ วางปิดตั้งแต่ขมับให้ทับพาดผ่านดวงตา เว้นสันจมูก ไปถึงขมับอีกข้าง ทำติดต่อกันอย่างน้อย 20 นาที พัก 1 นาที วันละ 2 หน จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

ที่สำคัญควรเปิดไฟดูทีวี อ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ และควรใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น คือใช้นานประมาณ 25 นาที และให้พัก 5 นาที หรือใช้นาน 30 นาที และพัก 10 นาที เปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไปจะช่วยได้

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 พบว่าคนไทย อายุ 6 ปีขึ้นไป ดูทีวี 57 ล้านคน และล่าสุดปี 2555 คนไทยใช้คอมพิวเตอร์ 21 ล้านกว่าคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 44 ล้านกว่าคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และพบในกรุงเทพมหานครมากที่สุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ 75 ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ 67 ต่ำสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64 ขณะที่ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุข ปี 2555 พบผู้ป่วยโรคต้อหิน ทั่วประเทศ 17,687 ราย ชายหญิงพอๆ กัน พบมากสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,831 ราย ภาคกลาง 4,352 ราย กรุงเทพมหานคร 3,486 ราย ภาคเหนือ 3,084 ราย และภาคใต้ 1,934 ราย โดยในคนปกติทั่วไปที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อหินประมาณร้อยละ 1

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญโรคตาย้ำว่า การตรวจและให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นเรื่องสำคัญมาก หากปล่อยทิ้งไว้จนสูญเสียการมองเห็น แม้จะรักษาความดันได้เป็นปกติ แต่สายตาจะไม่กลับคืนเป็นปกติ หรือเรียกว่าสูญเสียอย่างถาวร หากบอดแล้วบอดเลย หรือตาพร่ามัวตลอดชีวิต

พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในโลกของยุคโซเชียลมีเดีย อาจจะต้องตระหนักถึงภัยใกล้ตัวนี้ให้มากขึ้น แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะพัฒนารักษาโรคได้ดี แต่การไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐที่สุดแล้ว