วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถ้านักการเมืองจริงใจ

ประเทศก็คล้ายกับองค์กรธุรกิจ มีคณะกรรมการกำหนดนโยบาย มีคณะกรรมการบริหาร มีผู้นำองค์กร เช่น ซีอีโอรับผิดชอบการปฏิบัติตามนโยบาย ฯลฯ

แต่ละแห่งแต่ละที่อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อความเจริญและมั่นคงขององค์กร เพื่อกำไรของบริษัท เพื่อผลประโยชน์ของพนักงานและผู้ถือหุ้น รูปแบบการปกครองในโลกนี้ก็มีอยู่หลายแบบ มีการจัดองค์กรแตกต่างกันไปแต่ละรูปแบบ แต่เป้าหมายมีเหมือนกันคือ เพื่อความเจริญของประเทศ เพื่อความมั่นคงของรัฐ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน

คณะกรรมการบริษัทและคณะบริหาร และผู้นำองค์กรหรือซีอีโอ มีหน้าที่รับผิดชอบในการนำพาบริษัทก้าวไปข้างหน้าเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายฉันใด ประเทศก็เป็นไปฉันนั้น ประเทศ (ในระบอบประชาธิปไตย) มีนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทำหน้าที่บริหารประเทศ หน้าที่ของนักการเมืองย่อมต้องทำเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เช่นเดียวกับผู้บริหารองค์กรธุรกิจต้องทำเพื่อประโยชน์ให้แก่เจ้าของบริษัทคือผู้ถือหุ้น นั่นคือ ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าและบริษัทเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน เพราะประโยชน์ส่วนตนได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในรูปผลตอบแทนและผลประโยชน์อื่นๆ อยู่แล้ว

แต่ประเทศต่างกับเอกชนก็คือ ปัญหาของเอกชนมักเกิดจากสภาพการแข่งขันทางธุรกิจซึ่งเป็นปัญหาภายนอก แต่ปัญหาของประเทศนั้นเกิดจากปัญหานักการเมืองสร้างขึ้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเป็นปัญหาภายใน ดังจะเห็นได้ว่าปัญหาที่ประเทศต่างประสบอยู่ในขณะนี้ก็คือ ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือคอร์รัปชัน อันเกิดจากการกระทำของนักการเมืองสมคบกับข้าราชการกระทำการผิดกฎหมายบ้าง เลี่ยงกฎหมายบ้าง และใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง รวมถึงบรรดาพ่อค้า ประชาชน ก็ให้ความร่วมมือหรือสมคบกันเบียดบังผลประโยชน์ของส่วนรวมมาเป็นของตน ซึ่งไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็ประสบกับปัญหานี้มากน้อยต่างกันไป

การแก้ไขปัญหานี้ไม่มีทางที่จะลดน้อยถอยลงได้ เพราะนักการเมืองทั้งหลายที่เป็นผู้ก่อปัญหานี้ยังคงอยู่ในอำนาจผ่านการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม หลายประเทศมีการเลือกตั้งแต่เพียงรูปแบบ เป็นประชาธิปไตยแต่ในทางทฤษฎี แต่เนื้อแท้มีการซื้อเสียง โกงการเลือกตั้ง นักการเมืองได้อำนาจก็บริหารประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผูกอำนาจและประโยชน์ไว้ในกลุ่มตน โดยไม่ได้ยึดหลักประโยชน์ของชาติซึ่งคือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จึงปรากฏว่า หลายประเทศที่มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์แต่ประชาชนยังยากจน เช่น ประเทศบางประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีน้ำมันมหาศาลเป็นสินค้าส่งออกปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์ แต่ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนไม่กี่กลุ่มไม่กี่ตระกูลที่เป็นผู้นำทางการเมืองและธุรกิจในประเทศ

การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยนั้น นักการเมืองอีกนั่นแหละที่พูดถึงและแสดงท่าที เอาจริงเอาจังในการที่จะขจัดคอร์รัปชันให้หมดไป ซึ่งทางที่จะเป็นไปได้นั้นน้อยมาก เพราะนักการเมืองที่มีบทบาททางการเมือง อยู่ในอำนาจทางการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านซึ่งมีไม่กี่พันคนนั้นเองที่มีส่วนในการสร้างปัญหาคอร์รัปชันขึ้นมา แล้วการที่จะมาเป็นผู้แก้ไขปัญหาที่ตัวเองมีส่วนอยู่ด้วยนั้นย่อมหาทางที่จะสำเร็จได้ยาก เพราะเท่ากับทุบหม้อข้าวตนเอง ทั้งยังเป็นการประณามตนเองไปในตัวด้วย ใครจะทำเช่นนั้นได้เล่าครับ

ถ้านักการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ก็จงปฏิรูปตัวเองเสียใหม่ ด้วยการยอมถอยออกจากการเมืองไปทุกคนทุกตระกูล แม้แต่ลูกหลานว่านเครือที่ยังไม่ได้เข้าสู่วงการเมืองก็อย่าเพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างน้อยก็สักชั่วระยะเวลาหนึ่ง สองสมัยหรือสามสมัยสภาฯ คือแปดปี ถึงสิบสองปี เปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถและมีจิตใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาต่างๆ ผ่านการสมัครรับเลือกตั้งจากประชาชนตามปกติ เป็นการถ่ายเลือดใหม่ไล่เลือดเก่าเพื่อให้เลือดใหม่ได้บำรุงรักษาร่างกายคือประเทศชาติให้แข็งแรงดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่า เลือดใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามานี้ ยังไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนในทางการเมืองจะสามารถแก้ไขปัญหาที่นักการเมืองรุ่นก่อนสร้างไว้ อย่างน้อยก็ไม่ได้ซ้ำเติมให้ปัญหาหนักขึ้นกว่าเดิม เมื่อสิ่งต่างๆ เข้ารูปเข้ารอยแล้ว นักการเมืองรุ่นเก่าและลูกหลานว่านเครือที่เว้นว่างไปก็ค่อยกลับเข้ามาทำงานการเมืองใหม่ได้ แต่ทางที่ดีควรจะถอยไปทั้งหมด ส่งลูกหลานว่านเครือที่ยังไม่เคยทำงานการเมืองเข้ามาเสนอตัวให้ประชาชนเลือกได้ เชื่อว่า คนรุ่นใหม่ๆ นั้นมีความรู้ความสามารถและสำนึกในการทำเพื่อส่วนรวมมากขึ้น แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม

นี่เป็นข้อเสนอที่ยากจะทำได้ หรือโอกาสที่จะเกิดขึ้นคงต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ไปหลายจุด แต่ผู้เขียนก็ไม่อยากละทิ้งช่องทางนี้ไป ถือเสียว่าเป็นข้อเสนอที่ทดสอบอุดมคติของนักประชาธิปไตย ว่าจะมีสักกี่คนที่สนใจแนวทางนี้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นแนวคิดที่หวังดีต่อทุกคนและเชื่อในเกียรติของนักการเมืองในฐานะที่เป็นปัจเจกบุคคลว่าคงจะมีจิตใจประชาธิปไตยบริสุทธิ์ที่กระทำสิ่งต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนตามหลักการประชาธิปไตย

เพียงแค่มีนักการเมืองสักคนสนใจและนำไปคิดต่อก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว