วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขบวนการทุจริตจำนำข้าว เหล้าเก่าในขวดใหม่

กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับพวก รวม 17 คน กระทำการทุจริตโครงการจำนำข้าวในกระบวนการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ซึ่งจากคำแถลงของป.ป.ช.จะเห็นว่ามีการกระทำเป็นขบวนการหลายส่วนร่วมกันในการขายข้าวในครั้งนี้ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการทุจริตถือเป็น"ตัวอย่างคลาสสิก"ของกระบวนการคอร์รัปชันในสังคมไทย คือ เกิดจากความร่วมมือ 3 ส่วน นักการเมือง ข้าราชการและพ่อค้า

แม้ว่าการกล่าวหากลุ่มบุคคลดังกล่าว ในช่วงสถานการณ์การเมืองเข้มข้นขึ้นนั้น อาจถูกมองจากบางคนว่าป.ป.ช.เข้าไปมีบทบาทในการเมืองอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่มีกล่าวหาในอดีต เพราะมองว่าป.ป.ช.นั้น"เลือกข้าง"ทางการเมือง หาใช่เป็นองค์กรอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่หากเรามองโดยก้าวข้ามพ้นจากแว่น"ทางการเมือง" โดยดูที่เนื้อหาสาระและข้อเท็จจริงของการทุจริตในครั้งนี้ ก็จะพบประเด็นที่น่าสนใจอย่างมากในกระบวนการทุจริต เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างผิดๆ

หากจำกันได้ หลังจากรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วงปีแรก ได้มีเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลพื้นฐานของโครงการนี้ เพราะเห็นว่ารัฐบาลกำลังใช้งบประมาณมหาศาลทุ่มเทให้กับโครงการนี้ ซึ่งเกรงว่าหากโครงการคลุมเครือโดยสาธารณะไม่ทราบข้อเท็จจริงแล้ว ผลสุดท้ายอาจเกิดการทุจริตกันครั้งใหญ่ แต่กระทรวงพาณิชย์ก็อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลสต็อกข้าวและการเจรจากับต่างประเทศเพื่อขายข้าวแบบจีทูจีได้ เพราะเป็นความลับทางการค้า หากเปิดเผยจะมีปัญหาทางการค้า

ในช่วงนั้น ถือว่ากระทรวงพาณิชย์ถูกโจมตีอย่างมากในเรื่องการปกปิดข้อมูลโครงการนี้ และนายบุญทรงก็อ้างเหตุผลเดียวคือความลับทางการค้าระหว่างคู่เจรจา แต่จากหลักฐานของป.ป.ช.ที่ระบุว่าในที่สุดแล้วโครงการขายข้าวจีทูจีของกระทรวงพาณิชย์นั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นการปกปิดเพื่อไม่ให้สาธารณะได้รับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้ต่างห่าง เพราะข้าวที่อ้างว่าขายแบบจีทูจีนั้น เอาเข้าจริงแล้วก็เป็นการขายให้กับพ่อค้าบางรายที่ทำมาหากินกับโครงการนี้ โดยซื้อข้าวในราคาต่ำกว่าท้องตลาด

อันที่จริง การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การแจ้งข้อหาทุจริตนั้น ไม่ได้เป็นความลับเลย สำหรับบรรดาพ่อค้าที่คลุกคลีกับวงการข้าว อีกทั้ง แม้กระทรวงพาณิชย์พยายาม"ปิดบัง"ข้อมูลสต็อกข้าวของรัฐบาลโดยอ้างเป็นความลับทางการค้านั้น แต่ในความเป็นจริง ตลาดก็ประเมินได้อยู่แล้วว่าไทยมีสต็อกข้าวเท่าไร นั่นหมายความว่าขบวนการทั้งหมดของกระทรวงพาณิชย์ในยุคของนายบุญทรงแทบไม่เป็นความลับอยู่แล้วสำหรับคนในวงการ ยกเว้นความลับเรื่องข้อตกลงต่างๆภายในเท่านั้น

เราเห็นว่ากรณีนี้ นอกจากสะท้อนต้นตอของกระบวนการคอร์รัปชันของไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีความร่วมมือระหว่างคน 3 กลุ่มดังที่กล่าวมาข้างต้น ยังสะท้อนให้เห็นการใช้อำนาจทางการเมืองอีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าในขณะนี้ถือว่ารัฐบาลมีความชอบธรรมทางการเมืองสูงอย่างยิ่งหลังชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น แต่เมื่อรัฐบาลดำเนินนโยบายดังกล่าวภายใต้อำนาจทางการเมืองเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งหากคนใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ซึ่งการปกปิดและการใช้อำนาจทางการเมืองในโครงการนี้สะท้อนคำกล่าวคลาสสิกที่ว่า"อำนาจมากก็คอร์รัปชันมาก"