วิกฤติการเมืองและภัยธรรมชาติหลายระลอกในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ทำให้ภาคธุรกิจหันมาทบทวนความพร้อมในการเผชิญหน้า!!
สถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาและควบคุมได้ หากถาโถมเข้ามาย่างฉับพลันจะ "ตั้งรับ" บริหารจัดการ "ความเสี่ยง" ที่หากปล่อยให้ลุกลามขยายวงกว้าง ย่อมส่งผลกระทบหนักสะเทือนธุรกิจไม่น้อย
นับจากเหตุการณ์ปิดสนามบิน เผาเซ็นทรัลเวิลด์ มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงของไทยในรอบ 50 ปี กระตุ้นให้องค์การธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งต่างวางโรดแมพ จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ จัดทำ "แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ" หรือ BCP (Business Continuity Plan) เป็นเสมือนแผนสำรองการทำงานในภาวะ "ฉุกเฉิน"
ยุคแห่งเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการเบ่งบานของสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล มีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต การบริโภค สังคม ธุรกิจ การค้า แต่การแสดงออกทางการเมือง หรือ ความมีส่วนร่วมต่อเหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนโฉมหน้าจากในอดีต
เป็นที่มาของคลื่นมวลชนร่วมชุมนุมดาวกระจายในพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ณ วันนี้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน ทางออกประเทศไทยจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บนความเปราะบางของภาคการเมือง "ผู้ประกอบการ" จะขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไรไม่ให้สะดุด
นอกจากความไม่มั่นทางการเมืองในประเทศแล้ว บนโลกธุรกิจยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ยุโรป และสหรัฐ ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเผชิญปัญหา "ภัยพิบัติ" คุกคาม และมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น ไม่สามารถคาดการณ์ผลกระทบต่อธุรกิจได้ว่ามากหรือน้อย
การเกิดขึ้นของ "ภัยพิบัติ" อาจไม่ได้ทำลายธุรกิจโดยตรง แต่ทำลายวงจรการดำเนินธุรกิจ ที่เกิดจากความเสียหายและสูญเสียทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาวะแวดล้อมต่างๆ ทรัพยากร การใช้ชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ซึ่งการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ "รับมือ" สถานการณ์ต่างๆ ได้ทันท่วงทีตามแผนปฎิบัติการที่ถูกออกแบบไว้หลากหลายสมมติฐาน
แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ เรียกกันว่า "BCP" เป็นกระบวนการที่กิจการเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจได้ สามารถสร้างรายได้ มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาสู่กิจการจากการดำเนินงานที่เป็นการค้าปกติ แม้อาจต้อง "หยุดชะงัก" จากเหตุใดก็ตามแต่
ไม่ว่าจะเป็นระบบงานหรือส่วนงานไหนต้อง "หยุดทำงาน" ไม่สามารถทำงานได้เต็มกระบวนการปกติ เกิดการเจ็บป่วยกะทันหันของบุคลากรหลักพร้อม ๆ กัน พนักงานไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงปัญหาที่เกิดกับกิจการบนห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน หรือ ความท้าทายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถคาดหมายได้ก่อนล่วงหน้า หรือไม่เคยเกิดขึ้นกับกิจการมาก่อน
วิกฤตการณ์ต่างๆ มีหลายระดับความรุนแรง บางอย่างรับมือ หรือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ บางอย่างต้องใช้ทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว แผนที่มีประสิทธิภาพจะทำให้การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา และแนวทางแก้ไขเป็นไปอย่างมีศักยภาพ ที่สำคัญต้องหมั่นทบทวน ไม่ต่างจากซ้อมหนีไฟประจำปีกันเลยทีเดียว
ชัตดาวน์กรุงเทพฯ เป็นอีกปรากฏารณ์ท้าทายและพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ขององค์กรธุรกิจก้าวข้ามวิกฤติสู่ "โอกาส" แห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี









