สวัสดีปีม้า...วันนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อย คงจะเริ่มกลับมาปฏิบัติภาระหน้าที่กันถ้วนหน้า หลังจากห่างหายไปกับการหยุดยาว
ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
แต่มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีวันปีเก่าปีใหม่กับเขา เห็นทีจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากกลุ่มที่ฉวยจังหวะรอยต่อ ยื่นใบสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เริ่มมาตั้งแต่ 28 ธ.ค. 2556 หลายพื้นที่เงียบเหงา ต่างจากการสมัคร ส.ส.ในปีก่อนๆ ที่แต่ละพื้นที่จะคึกคัก ไม่ธรรมดา ห้อมล้อมไปด้วย"กองเชียร์"ที่มีทั้งพ่อยก แม่ยก
รอบนี้ดูเหมือนว่าจะห้อมล้อมด้วย"ม็อบต่อต้าน ปิดล้อม ตัดน้ำ ตัดไฟ"ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้อย่างน้อยก็ 7 จังหวัด กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (กกต.จังหวัด) ต้องประกาศยุติการรับสมัครไปโดยปริยาย
ฉะนั้น การหารือระหว่าง กกต. กับรัฐบาลวันนี้ จะออกหัวหรือก้อย ก็ว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ โอกาสจะขอขยายเวลารับสมัคร ส.ส.เขต ออกไปอีกก็เป็นไปได้ หลายพื้นที่ยังมีปัญหาไม่สามารถยื่นสมัคร ส.ส.ได้
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ภายใต้การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น มีคนตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้บ้านเมืองกำลังแบ่งออกเป็นสองขั้วใหญ่ นั่นคือ"กลุ่มทุนเก่า"กับ"กลุ่มทุนใหม่"ที่มีการต่อสู้กันในลักษณะ"การแย่งชิงการบริหารทรัพยากรของชาติ"เช่นเดียวกับการเมืองที่มีสองขั้วใหญ่อยู่ในเวลานี้ ที่กำลังแย่งชิงเชิงอำนาจ
ว่ากันว่า...กลุ่มทุนเก่าส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มทุนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารประเทศในช่วงก่อนๆ กลุ่มทุนกลุ่มนี้จะอาศัยอยู่แถบๆ สุขุมวิทเกือบทั้งหมด อยู่กันมายาวนานแบบชั่วลูกชั่วหลาน เป็นพวกประเภทมั่งมีศรีสุข เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เรียกว่า"เศรษฐีดั้งเดิม"
กลุ่มนี้มีตัวตนสูง เรียกว่า"ไม่รักใครง่ายๆ"มีการสร้างระบบกลไกแบบอุปถัมภ์ค้ำชูกันมาอย่างช้านาน เป็นสังคมชนชั้นสูง มีเงิน มีทอง มีการศึกษา
กลุ่มทุนเก่าเหล่านี้ เมื่อก่อนถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลกับการบริหารประเทศไม่น้อย แม้กระทั่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ จะต้องผ่านความเห็นชอบจากกลุ่มนี้ ต้องยอมรับกลุ่มทุนเก่าแถบสุขุมวิท ส่วนใหญ่เป็นประเภทกลุ่มชาติตระกูลมีความรู้ เรียนจบจากต่างประเทศ เรียกว่ามีการศึกษาดีกันทั้งนั้น
ฉะนั้น ความชัดเจนของกลุ่มนี้ คือไม่เอาระบอบทักษิณการชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ ช่วงที่ผ่านมา จึงไม่แปลก ที่เราจะเห็นใครต่อใคร เป็นเศรษฐีนีจำนวนไม่น้อยหิ้วกระเป๋าแพงๆ ออกไปร่วมเดินขบวนประท้วงขับไล่ระบอบทักษิณ ทุกรอบที่มีการเรียกแถวเกิดขึ้น ก็เพราะว่าคนกลุ่มนี้เขาไม่ต้องการระบอบที่เป็นอยู่ ทั้งในเชิงอำนาจ และการบริหาร ที่ดูเหมือนจะถูกครอบงำเพียงไม่กี่ตระกูล
สำหรับกลุ่มทุนใหม่กลุ่มนี้ เรียกว่าเพิ่งจะก่อตัวกันมาเมื่อไม่กี่สิบปี เป็นกลุ่มที่กระจายอยู่ทั่วไป เป็นกลุ่มที่อาศัยเชิงความได้เปรียบจากการเมือง อาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วย บางส่วนฉวยโอกาสและจังหวะยึดธุรกิจจากกลุ่มทุนเก่า ทั้งในส่วนของภาคการเงิน และกิจการอื่นๆ
ที่สำคัญ เป็น"ท่อน้ำเลี้ยง"ให้แก่กลุ่มการเมือง แบบ"อยู่ข้างหลัง"ขณะที่บางกลุ่มไม่ออกนอกหน้า ทำตัวแบบอีแอบ เสมือนไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่จะคอยทำหน้าที่ช่วยเหลือทั้งเงินและบุคคล แต่หากมีจังหวะ ก็พร้อมที่จะพลิกตัวกลับไปอยู่กับกลุ่มทุนเก่า ก็ได้
กลุ่มทุนใหม่กลุ่มนี้ มีคนแดนไกล เป็นหัวขบวน พยายามสร้างฐานอำนาจของตัวเอง ร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มทุนใหม่เข้ามาเป็นผู้เล่น แต่การบริหารประเทศที่เป็นอยู่ของกลุ่มนี้ หลายฝ่ายมองว่ากำลังเป็นอันตรายต่อประเทศ
มีการใช้อำนาจเล่นพรรคเล่นพวก กระจายไปทุกภาคส่วน สำคัญยิ่งยังปล่อยให้มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น จนจะกลายเป็นประเพณีปฏิบัติ บางหน่วยงานเขาพูดกันถึงขั้นว่า"คอร์รัปชันกระจาย"
ดังนั้น การชุมนุมที่เกิดขึ้นกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจากทุกกลุ่ม สาขาอาชีพ ไม่เฉพาะแต่นักการเมือง ยังมีนักธุรกิจ นักวิชาการ นักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มทุนเก่าย่านสุขุมวิท หลั่งไหลไปรวมตัวกันอยู่บนถนนหลายๆ สาย เรียกว่าไปได้ทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่เรียกรวมพลขึ้นมา เป้าหมายเดียวกัน คือ"ขับไล่รัฐบาล"
ภายใต้การขับไล่ระบอบทักษิณ หากวิเคราะห์ลงลึก อาจจะบอกได้ว่า วันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่กลุ่มทุนเก่าออกมาต่อสู้กับกลุ่มทุนใหม่ ก็เป็นได้..!!









