วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อใช้วิธี'ม็อบต้านม็อบ' การเมืองก็มีแต่ความรุนแรง

กรณีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง เตรียมจัดชุมนุมกลางเมือง

เพื่อแสดงพลังให้การสนับสนุน รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.นี้ ในขณะที่ยังมีการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลุ่มต่างๆ และการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ที่บริเวณถนนราชดำเนิน ทำให้สถานการณ์ของเริ่มตึงเครียดมากขึ้น และมีความสุ่มเสี่ยงยากมากจะนำไปสู่การปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงสถานการณ์ในขณะนี้

อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่ออกมาต่อต้าน ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงกว้างจากคนจากกลุ่มทุกวงการ และขยายตัวออกไปทั่วประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน แม้ว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมไม่พอใจในครั้งนี้แสดงออกมานั้นยังไม่เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรงใดๆ แต่อารมณ์ความรู้สึกที่ออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าค่อนข้างไม่พอใจรัฐสภาและรัฐบาลอย่างรุนแรง บางกลุ่มได้ขยายความไม่พอใจไปเป็นการไล่รัฐบาล

อย่างไรก็ตาม จากท่าทีของนางสาวยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย ที่ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการเสนอร่างกฎหมายในลักษณะนี้เข้ามาพิจารณาอีก รวมทั้งได้แสดงให้เห็นโดยการให้สภาผู้แทนราษฎรถอนร่างพระราชบัญญัติที่มีลักษณะเดียวกันทั้งหมดจากสภา และยืนยันอีกว่าจะปล่อยให้ร่างกฎหมายนิรโทษฉบับที่สร้างความไม่พอใจอยู่นี้ตกไปตามขั้นตอนของสภา ซึ่งบางคนมองว่าขณะนี้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้ถอยในทางการเมืองและยอมตามกระแสเรียกร้องของสังคม

แน่นอนว่าการประท้วงรัฐบาลในครั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากเรื่องร่างกฎหมายนิรโทษ แต่รัฐบาลต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าในหลายนโยบายของรัฐบาลนั้น ก็มีกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าครองชีพ การออกพระราชกำหนดกู้เงินและการออกพระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่คนให้ความสนใจ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลชี้แจงหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ดีนัก ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงเกิดขึ้น อาทิ คนสงสัยเรื่องทุจริตตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

จากกระแสความไม่พอใจจนนำไปสู่การชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ในสังคมขณะนี้นั้น เป็นเรื่องยากมากสำหรับรัฐบาลที่จะลดกระแสความไม่พอใจ ซึ่งต้องรอให้เป็นเรื่องของเวลาและการเร่งทำความเข้าใจเท่านั้นจะช่วยคลี่คลายปัญหาให้ลดลงได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ และหากกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นมากจนรัฐบาลไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เราเชื่อว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้นก็มีวิธีการต่างๆ มากมายให้รัฐบาลสามารถเลือกใช้ได้อย่างสันติ

เราเห็นว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ได้เกิดความเคลื่อนไหวที่พยายามปลุกม็อบ หรือการรวมกลุ่มของผู้สนับสนุนรัฐบาลขึ้นมา เป็นทั้งผู้ที่สนับสนุนที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล และบางคนที่มาร่วมด้วยนั้นก็มีตำแหน่งในรัฐบาล ซึ่งความพยายามเช่นนี้กำลังสร้างประเพณีทางการเมืองใหม่ขึ้นมาอย่าง"มั่นคงถาวร" นั่นคือ ทุกกลุ่มการเมืองต้องมีม็อบผู้สนับสนุนเอาไว้ช่วยเหลือภายนอกเสมอ และเราเห็นว่าการเมืองเช่นนี้เป็นเรื่องยากมากจะนำไปสู่ความปรองดองได้ในอนาคต แต่ในทางตรงกันข้าม จะเป็นการเมืองที่มีแต่ความรุนแรง