ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ที่เกิดภาวะชะงักงันกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปร ที่ทำให้ทั่วโลกจับตาทิศทางการหลั่งไหลของเงิน
จากซีกโลกตะวันตก เข้ามาสู่ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น นอกจากนี้ โจนส์แลงก์ ลาซาลล์ ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาฯริมทรัพย์ข้ามชาติชื่อดัง ได้ออกรายงานพิเศษ "คาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประโยชน์การใช้เชิงพาณิชย์ ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงสุดในปีนี้" ซึ่งหมายถึง อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรมในเอเชียแปซิฟิก ในไตรมาส 3 ของปี 2556 มีมูลค่ารวมถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ (9.3 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 33% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2555 หากดูที่ยอดรวมของ 3 ไตรมาส พบว่ามีมูลค่า 8.96 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.77 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นราว 25% จาก 3 ไตรมาสแรกของปี 2555 สะท้อนว่าทิศทางการลงทุนอสังหาฯ ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศในฝั่งตะวันออกมากขึ้นทุกขณะ
"สจ๊วต โครว์" ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของโจนส์แลง ลาซาลล์ ระบุว่า “ตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประโยชน์เชิงพาณิชย์ในเอเชียแปซิฟิก มีการขยายตัวสูงต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากทุนต่างชาติกลับเข้ามาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาค และพบว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญ และกองทุนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติจากทั่วโลก ต่างลงทุนซื้ออสังหาฯมากขึ้น และยังพบว่ามีแหล่งทุนใหม่ๆ ขยายการลงทุนเข้ามาในตลาดอสังหาฯของเอเชียเป็นครั้งแรกด้วย"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ไตรมาส 3 ปีนี้ เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่มูลค่าการลงทุนซื้อขายในเอเชียแปซิฟิก สูงเกินความคาดหมายกระทั่งทำให้ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ต้องปรับประมาณการ มูลค่าการลงทุนสำหรับภูมิภาคเอเชีย ของทั้งปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่วางไว้ด้วย ซึ่งการลงทุนซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค มีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการลงทุนที่ขยายตัวสูงในญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ซึ่งมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดในเอเชียแปซิฟิก
โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ไตรมาสที่ผ่านมา การลงทุนซื้อขายมีมูลค่ารวม 8.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 139% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2555 และมีมูลค่าการซื้อขายรวมสำหรับ 3 ไตรมาสแรกของปีนี้เท่ากับ 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยทั้งนักลงทุนของญี่ปุ่น และต่างชาติ พากันลงทุนเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น
ส่วนที่จีน การลงทุนซื้อขายขยายตัวเพิ่มขึ้นมากในไตรมาสที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนยอดรวมของทั้งสามไตรมาสที่ผ่านมามีมูลค่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนเกินครึ่ง ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในไตรมาสที่ผ่านมา แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายสินเชื่อ แต่เริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจที่แท้จริง (real economy) ของจีน มีความมั่นคงมากขึ้น
ดูต่างประเทศแล้ว ย้อนมาที่บ้านเรา ตลาดอสังหาฯที่เติบโตต่อเนื่อง จนหลายคนมีคำถามตามมาว่า กำลังจะเกิดภาวะล้นตลาดหรือไม่ แต่ผู้ประกอบการก็ยังคงเดินหน้าขยายลงทุน ส่วนหนึ่งได้แรงซื้อมาจากตลาดต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนเป็นปัจจัยเสริมด้วยเช่นกัน








