มาอัพเดทกันต่อว่าพลังขับเคลื่อนอะไร ที่จะผลักดันให้ตลาดออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ขอย้ำกันอีกครั้งกับ 5 ปัจจัย ที่กล่าวในคราวที่แล้ว
ได้แก่ 1.การเติบโตของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต 2.ความสะดวก สามารถช้อปได้ทุกที่ทุกตลอด 24 ชั่วโมง 3.อิสระในการเลือกซื้อเพียงแค่คลิก 4.ราคาถูก เพราะผู้ค้าไม่ต้องเสียค่าพื้นที่เช่าร้าน และประหยัดค่าจัดการจากการมีหน้าร้านอีกหลายอย่าง ทั้งสต็อก ทั้งการจ้างคน เป็นต้น 5.สามารถเปรียบเทียบราคาง่ายๆ แบบไม่ต้องอายใคร และไม่ต้องเสียเวลาหามาเทียบเอง ปัจจุบัน มีเว็บไซต์ที่ให้บริการเปรียบเทียบราคา และถ้าราคาที่ขายอยู่ยังถูกไม่พอ ผู้บริโภคสามารถใส่ราคาที่ตั้งงบไว้ เมื่อสินค้าชิ้นนั้น ราคาลดลงมาถึงงบที่ตั้งไว้ ก็จะมีอีเมล์ มาแจ้งเตือนให้ทราบทันที
พลังขับเคลื่อนต่อที่จะพูดต่อมาในบทความนี้ คือ
6.การที่เราสามารถหาของที่เฉพาะเจาะจงได้ตามความต้องการ เช่น ปากกาไอแพด สีเหลือง ลายโดเรมอน made in USA เป็นต้น หากเป็นสินค้า "เฉพาะเจาะจง" ขนาดนี้ คงต้องเดินหาพลิกแผ่นดิน เสียทั้งเวลา พลังงาน ค่าใช้จ่าย และเสียอารมณ์ แต่ด้วยนวัตกรรมของการช้อปออนไลน์ เพียงแค่พิมพ์ ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ก็จะปรากฏสิ่งที่ต้องการขึ้นมาให้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จำหน่าย เครื่องมือช่วยหาสินค้าใกล้เคียงมานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือก ทั้งยังทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ หรือ ได้สินค้ารุ่นที่ดีกว่าที่เราหาด้วยซ้ำ
7.การซื้อสินค้าไม่ได้มีอาณาเขตภายในประเทศอีกต่อไป สามารถหาซื้อของได้จากทั่วโลก ตามแฟชั่นได้ทันใจ เพียงแค่สั่งซื้อทางออนไลน์ สินค้าจะมาส่งถึงบ้านทางไปรษณีย์ได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องรอนานอีกต่อไป
8.สามารถหาสินค้ามามิกซ์แอนด์แมทช์ (Mix and Match) หรือการหยิบสินค้าหลากหลายประเภทมาผสมผสานกันได้อย่างอิสระ จะยี่ห้อใด หรือร้านใดก็ได้ และด้วยแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยบนมือถือหรือแทบเล็ต ทำให้ไม่ต้องถือสินค้าไปเทียบ อาจต้องคอยจำหรือจินตนาการว่าสินค้าหรือเสื้อผ้าเหล่านี้มาใส่หรือจับมาคู่กันแล้วจะเป็นอย่างไร สามารถคลิก ลากสินค้าที่เราจะซื้อมาลองมิกซ์แอนด์แมชกับชิ้นอื่นได้สารพัดแบบอย่างง่ายดาย
9.สามารถอ่านรีวิวได้ง่ายเพื่อช่วยตัดสินใจ เพิ่มความมั่นใจในการช้อปได้ ทุกวันนี้คนเชื่อรีวิวมาก ถ้าไม่อ่านรีวิว มักจะไม่ค่อยมั่นใจ หรือไม่กล้าตัดสินใจซื้อได้ทันทีเหมือนสมัยก่อน มีงานวิจัยบอกว่า ผู้บริโภคที่หาข้อมูลโรงแรม กว่า 80% เปลี่ยนใจ หากเจอรีวิวที่ไม่ดี ดังนั้นการอ่านรีวิวช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้ของดี ไม่มีพลาด จะได้ตัดสินใจได้เลยและนั่นก็ทำได้ง่ายกว่าหากเป็นการช้อปออนไลน์
10.ผู้บริโภคไว้ใจการชำระเงินผ่านออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบันมีความพยายามเพิ่มความเข้มงวดและมาตรการในเรื่องความปลอดภัยของระบบชำระเงินออนไลน์ เรื่องการรับประกันสินค้า (Guarantee) ต่างๆ ตลอดจนสิทธิในการคืนของ หรือคืนเงินหากพบมีสินค้าชำรุดในระหว่างการจัดส่ง พร้อมกับความสามารถในการติดตามการจัดส่งพัสดุหรือสินค้าที่สั่งซื้อได้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายของออนไลน์ การวิจัยพบว่าปีที่ผ่านมาคนมีความเชื่อมั่นในการซื้อของออนไลน์มากขึ้นกว่า 10% เพิ่มจากปีที่แล้ว มีเพียง 20% เท่านั้นที่ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย
ทั้งหมดเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้การช้อปออนไลน์เติบโตได้ดี "ร้านค้าปลีก" ควรต้องปรับตัวกันอย่างหนัก เพื่อความอยู่รอด ในยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็วขนาดนี้ คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับวงการค้าปลีกในอีก 5 ปีข้างหน้าจะล้ำหน้ากว่าการเปลี่ยนแปลงในรอบใน 10 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว
แล้วมาติดตามกันต่อว่าวงการค้าปลีกเริ่มปรับตัวตามผู้บริโภคดิจิทัลกันอย่างไร








