วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุนจีนในไทย ... ใครได้งาน ใครได้คำสั่งซื้อ

โรงงานใหม่หนึ่งแห่งสร้างความหวังได้มาก แต่สิ่งที่คนไทยอยากรู้ต่อคือ ใครได้ทำงาน ผู้รับเหมารายไหนได้สัญญา และผู้ผลิตไทยขายอะไรให้โรงงานนั้นได้บ้าง

บทความ “จีนเปลี่ยนวัย ไทยต้องเปลี่ยนวิธีเติบโต” ชวนมองจีนทั้งในฐานะตลาด คู่แข่ง และนักลงทุน ตอนนี้จึงต้องตามเงินลงทุนให้ถึงปลายทาง เพราะวิธีเติบโตของไทยขึ้นอยู่กับความสามารถเปลี่ยนโรงงานใหม่ให้เป็นรายได้และทักษะของคนในประเทศ

แยกสามยอด ก่อนนับประโยชน์

บีโอไอรายงานว่า ครึ่งแรกปี 2569 มีเงินลงทุนจริงของโครงการที่ได้รับการส่งเสริม 535,800 ล้านบาท ครอบคลุมค่าก่อสร้าง เครื่องจักร และรายการลงทุนอื่น ตัวเลขนี้เป็นยอดรวมของโครงการที่ได้รับการส่งเสริม ไม่ใช่เงินลงทุนจากจีนทั้งหมด และยังไม่บอกว่าเงินส่วนใดกลายเป็นรายได้ของธุรกิจไทย

ในช่วงเดียวกัน ยอดคำขอรับการส่งเสริมอยู่ที่ประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท ส่วนยอดอนุมัติประมาณ 1.31 ล้านล้านบาท ทั้งสองยอดสะท้อนคนละขั้นตอนกับเงินลงทุนจริง และอาจเป็นคนละรุ่นโครงการ

จึงนำมาหารกันแล้วสรุปว่าโครงการเดินหน้าได้กี่เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ สำหรับจีน บีโอไอระบุยอดคำขอ 45,766 ล้านบาท จาก 321 โครงการ ซึ่งยังไม่ใช่ยอดลงทุนจริงจากจีน

การเริ่มรายงานเงินลงทุนจริงเป็นก้าวสำคัญ ขั้นต่อไปควรแยกให้เห็นว่า เงินนั้นจ่ายให้ผู้รับเหมาในไทย ซื้อเครื่องจักรนำเข้า หรือซื้อบริการจากใคร และหลังโรงงานเปิด มีคำสั่งซื้อที่กลับมาหาผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพียงใด

ซื้อในไทย ประโยชน์ถึงใคร

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นกรณีศึกษาที่ช่วยให้เห็นเส้นทางนี้ รายงานของ PPTV วันที่ 22 กันยายน 2569 ระบุว่า BYD ให้ข้อมูลว่าสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศของรถที่ผลิตในไทยอยู่ราว 40% ถึงมากกว่า 50% แล้วแต่รุ่น ขณะเดียวกัน ผู้ส่งมอบในไทยมีทั้งบริษัทไทยและบริษัทจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศอื่น

คำว่า “ซื้อในประเทศ” จึงต้องอ่านคู่กับที่มาของสินค้า หากซื้อจากบริษัทที่ตั้งอยู่ในไทย แต่สินค้านำเข้าเกือบทั้งหมด ประโยชน์ที่ตกกับการผลิตไทยย่อมต่างจากชิ้นส่วนที่ใช้แรงงาน วัตถุดิบ และความรู้ในประเทศ

การมีโรงงานต่างชาติเป็นผู้ส่งมอบก็สร้างงานได้ แต่ต้องตามต่อว่ากิจการไทยเข้าไปร่วมผลิตส่วนใด

กรณีอาปิโก ไฮเทค บริษัทจดทะเบียนไทย มีหลักฐานที่จับต้องได้ รายงานประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 เมษายน 2568 บันทึกว่า ผู้บริหารระบุว่าบริษัทได้รับคำสั่งซื้อจาก MG, GWM, Changan และ BYD

นี่เป็นตัวอย่างของผู้ผลิตในไทยที่เข้าถึงลูกค้าจีนแล้ว แต่ยังใช้แทนคำตอบของ SME ทั้งระบบไม่ได้

ส่วนสัดส่วนใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ 42% ที่บีโอไอรายงาน เป็นแผนของโครงการที่อนุมัติในครึ่งแรกปี 2569 โดยรวม ไม่ใช่ผลจัดซื้อจริงของโรงงานจีน ตัววัดที่ควรตามจึงเป็นมูลค่าคำสั่งซื้อที่ส่งมอบและรับเงินแล้ว สัดส่วนที่ถึง SME และมูลค่าที่ผลิตเพิ่มขึ้นในไทย

SME ต้องเข้าได้ และอยู่ได้

BYD ระบุผ่านรายงานดังกล่าวว่า ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยต้องได้คุณภาพระดับเดียวกับฐานผลิตอื่น และมีต้นทุนตามเงื่อนไขของบริษัท

นี่คือประตูด่านแรกของผู้ส่งมอบ: คุณภาพต้องผ่าน ราคาต้องแข่งขัน และต้องส่งงานได้ตามกำหนด 

แต่สำหรับ SME การผ่านเกณฑ์ยังไม่จบ ต้องคำนวณว่าเมื่อหักค่าแม่พิมพ์ การทดสอบ ของเสีย และต้นทุนเงินทุนแล้ว เหลือกำไรหรือไม่ หากต้องลงทุนเพิ่มก่อนรับคำสั่งซื้อ เงื่อนไขปริมาณงานและกำหนดจ่ายเงินมีความสำคัญพอ ๆ กับราคาต่อชิ้น 

ผู้รับเหมาควรแยกงานก่อสร้างครั้งแรกออกจากงานต่อเนื่อง เช่น ซ่อมบำรุง ขนส่ง และบริการโรงงาน เพื่อประเมินว่ารายได้จะหายไปเมื่อสร้างเสร็จหรือยังเติบโตต่อได้ ส่วนรัฐควรช่วยให้รายเล็กเข้าถึงการทดสอบและเงินทุน โดยติดตามผลจากสัญญาที่เกิดขึ้นจริงหลังการจับคู่ธุรกิจ

ได้งานแบบไหน รายได้โตอย่างไร

PPTV รายงานข้อมูลจาก BYD ว่าโรงงานในไทยจ้างงานมากกว่า 6,000 คน และประมาณ 95% เป็นคนไทย ส่วนประกาศรับวิศวกรคุณภาพของแผนกแบตเตอรี่บนเว็บไซต์บริษัท สะท้อนทักษะที่ต้องการ ทั้งวิเคราะห์ข้อมูล แก้ปัญหาข้อบกพร่อง และดูแลระบบคุณภาพตาม IATF 16949 โดยไม่ได้ระบุเงินเดือน

เสียงแรงงานช่วยเติมภาพอีกด้าน บทสรุปข่าว Marketplace ที่เผยแพร่โดย Segment Y ในเดือนมกราคม 2568 ระบุว่า คนงานรายหนึ่งย้ายจากโรงงานเครื่องประดับมาทำงานฉีดพลาสติกที่ BYD มีรายได้ราว 15,000 บาทต่อเดือน และทำงานหกวันแทนห้าวันต่อสัปดาห์

นี่เป็นประสบการณ์รายบุคคลในเวลานั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยปัจจุบัน และข้อมูลไม่ได้แยกเงินเดือนฐานกับค่าล่วงเวลา

ดังนั้น การประเมินคุณภาพงานต้องดูรายได้ต่อชั่วโมง สวัสดิการ ความมั่นคง และเส้นทางเลื่อนตำแหน่งด้วย

การอบรมจะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อคนไทยใช้ทักษะนั้นทำงานที่รับผิดชอบสูงขึ้นและมีรายได้เพิ่ม ไม่ใช่นับเพียงจำนวนผู้เข้าอบรม

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุในข่าวเผยแพร่ว่าเป้าหมายการส่งเสริมลงทุนครอบคลุมงานคุณภาพ ทักษะใหม่ และการเปิดทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าห่วงโซ่อุปทาน แนวทางนี้ควรติดตามด้วยผลลัพธ์ที่แรงงานและธุรกิจตรวจสอบได้

ในมุมไทย–จีน–อาเซียน ผู้ผลิตไทยที่พัฒนามาตรฐานได้มีโอกาสต่อยอดสู่ลูกค้าและฐานผลิตอื่นในภูมิภาค แต่โอกาสจะเป็นรายได้ก็ต่อเมื่อได้สัญญา ส่งมอบงาน และรักษากำไรได้ 

เงินลงทุนบอกว่า โรงงานกำลังเกิดขึ้น ส่วนคำสั่งซื้อและรายได้แรงงานบอกว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตตามไปด้วยเพียงใด ประเด็นถัดไปจึงต้องถามต่อว่า ภายใต้การแข่งขันด้านราคาจากสินค้าจีน SME ไทยจะรักษาลูกค้าและกำไรได้อย่างไร

แหล่งข้อมูลประกอบการอ้างอิง

  1. BOI/OSOS, 14 สิงหาคม 2569, รายงานเงินลงทุนจริงครึ่งแรกปี 2569 ยอด 535,800 ล้านบาทและขอบเขตรายจ่ายลงทุน ตัวเลขครอบคลุมโครงการที่ได้รับการส่งเสริมโดยรวม ไม่ใช่จีนโดยเฉพาะ
  2. BOI/OSOS, 23 กรกฎาคม 2569, ยอดคำขอ ยอดอนุมัติ คำขอจากจีน และสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ 42% ซึ่งเป็นแผนของโครงการที่อนุมัติ พร้อมคำให้ข้อมูลของเลขาธิการบีโอไอ
  3. PPTV Online, 22 กันยายน 2569,“เจาะฐานผลิต BYD ในไทย เมื่อภาษี EV เปลี่ยนเกม สู่โจทย์ Local Content–ต้นทุน–ส่งออก” ข้อมูลการจัดซื้อ คุณภาพ ต้นทุน และการจ้างงาน เป็นตัวเลขที่บริษัทให้ข้อมูลผ่านสื่อ
  4. AAPICO Hitech, รายงานประชุมผู้ถือหุ้น 25 เมษายน 2568, แนบในเอกสารเชิญประชุมปี 2569 หน้าพิมพ์ 16–18 บันทึกคำตอบของผู้บริหารเรื่องคำสั่งซื้อจากค่ายรถจีน ต้องระบุว่าเป็นข้อมูลปี 2568 
  5. BYD Thailand, ประกาศรับสมัคร Quality Engineer, Battery Division, Rayong, ตัวอย่างทักษะและระบบคุณภาพ ตรวจเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 หน้าไม่ระบุเงินเดือน และไม่ใช่หลักฐานว่ามีการจ้างตำแหน่งนี้แล้ว
  6. Segment Y,“Nation’s EV push faces challenges as Chinese investment grows”, 10 มกราคม 2568