วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บทเรียนทุนเคลื่อนย้าย

ปรากฎการณ์หุ้นและค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน สะท้อนการไหลเข้าอย่างรวดเร็ว

และรุนแรงของเงินทุนยุคใหม่ จริงๆ แล้วสภาพการไหลไปมาของกระแสทุน สามารถเห็นได้เด่นชัดมากในระลอกหลังสุด ที่ดำเนินขึ้นอีกครั้งเมื่อธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจัดทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี 3 ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งนับเนื่องมาถึงวันนี้ก็เกือบครบหนึ่งปีแล้ว ในรูปของการเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในท่ามกลางการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น นักลงทุนก็ได้โยกเงินเข้ามาในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า จนกระทั่งประธานเฟดกล่าวทำนองว่าอาจเริ่มยุติมาตรการคิวอี อันส่งผลให้ตลาดผันผวน ค่าเงินร่วง ตลาดหุ้นปั่นป่วน

หากดูสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น จะพบว่าเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน รายงานข้อมูลที่สะท้อนถึงการกระเตื้องขึ้นของภาคส่วนต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจ ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวล โดยตัวเลขที่ออกมาจากจีน มีอาทิเช่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม ที่เพิ่มขึ้น 10.4% นับเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 17 เดือน หรือยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 13.4% การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 20.3% ในช่วงแปดเดือนแรกของปี การส่งออกเพิ่มขึ้น 7.2% สำหรับกรณีของซีเรีย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนถูกนำมาเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนในหลายตลาด ก็ปรากฎว่าสถานการณ์คลี่คลายลงไปมาก หลังจากรัสเซียเสนอแนวทางให้นานาชาติเข้าควบคุมดูแลอาวุธเคมีของซีเรีย และข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับจากผู้นำสหรัฐ

สถานการณ์ในแง่ดีของเศรษฐกิจจีน และแนวทางทางการทูตแทนการทหารกรณีซีเรีย กลายเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งให้เงินทุนไหลกลับมายังภูมิภาคต่างๆ รวมถึงเอเชียอีกครั้ง ประกอบกับอัตราว่างงานเดือนสิงหาคมของสหรัฐที่รายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในระดับ 7.3% ซึ่งยังต่ำไม่ถึงเกณฑ์ที่เฟดกำหนดไว้สำหรับการลดคิวอี จึงทำให้กระแสคาดการณ์แตกออกเป็นสองฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่เชื่อว่าเฟดยังน่าจะเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร พิจารณาจากอัตราว่างงานที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551 กับอีกฝ่ายหนึ่งที่มองว่ามีโอกาสที่เฟดจะชะลอการลดการเข้าซื้อออกไปก่อน

หากประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงเห็นภาพสะท้อนการเคลื่อนย้ายของเงินทุนในแต่ละครั้ง ว่าล้วนอาศัยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงเมื่อครั้งถอนการลงทุนในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ทำให้หุ้นและค่าเงินของบางประเทศในตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก ก็เพราะคาดว่าเฟดจะเริ่มชะลอคิวอี แต่พอใกล้ถึงการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน อันเป็นนัดที่คาดกันอย่างแพร่หลายว่าจะมีการตัดสินใจเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร เงินก็ไหลเข้ามายังตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลและการวิเคราะห์ครั้งใหม่

สภาพการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของกระแสเงินทุน ที่พร้อมไหลไปหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งกระแสทุนในยุคใหม่ยังมองดูน่ากลัวกว่าเงินทุนยุคก่อน เพราะมีปริมาณมหาศาล และเมื่อเกิดการเคลื่อนย้ายแต่ละระลอกก็ไม่ได้กระทบเพียงประเทศใดประเทศเดียวเหมือนสมัยอดีต แต่กระทบเกือบทั้งภูมิภาค ดังนั้นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายกับต่างประเทศ จึงต้องหาเครื่องมือป้องกันตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบของการเคลื่อนย้ายเงินทุนในยุคใหม่ ให้น้อยที่สุด