รัฐบาลจึงตัดสินใจไม่ใช้ "ไม้แข็ง" ที่มีบางฝ่ายเสนอให้ใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคง" จัดการ
หลังตำรวจสายใต้รายงาน... "ยังไม่มีความจำเป็นครับท่าน" เพราะการชุมนุมคงตรึงอยู่ได้อีกไม่นาน เนื่องจากเจอ "แรงกดดัน" ที่ไปปิดทั้งถนนและทางรถไฟ ทำเอาอ่วมกันถ้วนหน้า ส่วนชาวสวนยางภาคอื่นมีรายงานว่า ผลการเจรจา "ปิดดีล" ลงตัวกันหมดแล้ว
O งานนี้จึงเป็นอีกงานหนึ่งที่กลุ่มจ้องล้มรัฐบาลอยู่ในสภาพ "จอดแบบยังไม่ทันแจว" แถมชาวสวนยางที่เดือดร้อนจริงก็ต้อง "กินแห้ว" เพราะรัฐบาลยืนกรานไม่ใช้การ "แทรกแซงราคา" เหมือนจำนำข้าว ด้วยเหตุผล "ข้าวกินได้ แต่ยางกินไม่ได้" เป็นถ้อยคำจากคนในรัฐบาลที่โพล่งออกไป เชื่อว่า "พี่น้องคนใต้" คงจดไว้ในหัวใจอีกเนิ่นนาน
O วันก่อนได้พบท่านทูตไทยประจำมาเลเซีย กฤต ไกรจิตติ ท่านเล่าความเป็นไปของ "รับเบอร์ ซิตี้" หรือ "เมืองยาง" ที่รัฐบาลมาเลเซียกำลังผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมที่รัฐเคดาห์ ว่าแล้วก็เสนอไอเดียว่าฝ่ายไทยน่าเข้าไปร่วมลงทุน เพราะน่าจะทำให้เกิดการ "เกื้อหนุนด้านราคา" จากการแปรรูปเป็นสินค้าเพิ่มมูลค่า ไม่ใช่ขายแค่น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นแบบเกษตรกรไทย
O ส่วนการชุมนุมปิดถนนและทางรถไฟที่ภาคใต้ ท่านทูตกฤต เปรยว่าเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ เพราะทำให้การคมนาคมขนส่งต้องหยุดชะงัก เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการเชื่อมโยงขนส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ต่อไปต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดสถานการณ์ซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะช่วงที่ไทยกำลัง "ฉีกยิ้ม" เข้าร่วมเออีซี หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ควรปล่อยให้ใครมาทำ "เกรียน" เพราะผลกระทบมันลามไปถึงนอกประเทศ
O ยังอยู่ที่ภาคใต้ แต่ขอเขยิบลงไปสามจังหวัดชายแดน แถวๆ ปลายด้ามขวาน ช่วงนี้มีเสียงวิจารณ์...ทำไมสถานการณ์ช่างเงียบผิดสังเกต "สิงห์ม่วง" รวบรวมข้อมูลที่พอเป็นสาเหตุได้ดังนี้
1.มีการต่อสายพูดคุยเจรจากับ "กลุ่มพูโลใหม่" ซึ่งตกขบวนพูดคุยสันติภาพระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น และพยายามก่อเหตุรุนแรงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเพื่อกดดันให้รัฐบาลไทยหันไปพูดคุยด้วย
2.โต๊ะพูดคุยสันติภาพ "ไทย-บีอาร์เอ็น" แม้จะง่อนแง่นแต่ยังไม่ล้ม ที่ผ่านมามีการหารือทางลับกันตลอด และเตรียมปรับทีมเพื่อถกกันต่อไป
3.รัฐบาลมาเลเซียแสดงให้เห็นถึง "ความจริงใจ" ในการช่วยไทยให้สถานการณ์สงบมากขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ได้ส่ง "ผู้ต้องหาคนสำคัญ" หลายคนตามหมายจับของศาลไทยให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเป็นการดำเนินการในทางลับ และมีเงื่อนไขห้ามเจ้าหน้าที่ไทยแถลงข่าวอย่างเด็ดขาด
4.มีการเตรียมการรับมือเหตุรุนแรงอย่างเข้มงวด หลังข้อมูลด้านการข่าวชัดเจนว่ากลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุป่วนครั้งใหญ่ในวันที่ 31 ส.ค.คล้ายกับปีที่แล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่กำหนดมาตรการรับมือได้อย่างเป็นรูปธรรม









