แต่สำหรับ วงนอก อย่างเราๆ ท่านๆ เท่าที่ติดตามดู เหมือนฝ่ายรัฐบาลไทยจะเสียเปรียบขบวนการบีอาร์เอ็นแทบทุกเรื่อง
ตั้งแต่เริ่มเปิดหน้าพูดคุยเจรจาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา
O ล่าสุดแม้ในช่วงตกลงหยุดยิงชั่วคราวตลอดเดือนรอมฎอนและเทศกาลเฉลิมฉลองรวม 40 วัน พอเริ่มเกิดเหตุรุนแรงรายวัน บีอาร์เอ็นก็ยื่นหนังสือประท้วงไทยทันควัน เรียกว่าไม่ต้องรอผลการสอบสวนของฝ่ายไทยที่อุตส่าห์ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบเหตุรุนแรง แถมยังเป็นคณะใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องเกือบ 50 คน มี พล.ต.ชรินทร์ อมรแก้ว เสธ.ทัพภาค 4 นั่งเป็นประธาน
O พูดง่ายๆ คือเรายังไม่ทันได้เริ่มประชุม แต่เพื่อนสรุปให้แทนแล้ว แถมชิงความได้เปรียบไปเรียบร้อย เหมือนเกมฟุตบอลที่กำลังเสียลูกโทษหน้ากรอบเขตโทษ เรายังไม่ทันตั้งกำแพงก็เจอคู่แข่งลักไก่ยิงวิ่งดีใจไปเสียอย่างนั้น เปรียบเทียบแบบนี้ยืนยันว่าไม่ได้ “เวอร์” เกินไป เพราะหลังจากบีอาร์เอ็นประท้วงไทยผ่านไปแล้ว 1 วัน พล.ต.ชรินทร์ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ ตอนที่นักข่าวโทรไปถามเจ้าตัวบอกว่ากำลังเข้าพบแม่ทัพภาค 4 เพราะถูกเรียกตัว...แต่ยังไม่รู้เรื่องอะไร!?! เอ้า...ก็ว่ากันไปแบบชิลๆ
O พลันที่ฝ่ายไทยทราบข่าวการประท้วงของบีอาร์เอ็น พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร โฆษกบีอาร์เอ็น...เอ๊ย! เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็ตอบเสียงดังฟังชัดทันทีว่าจะไม่มีการยื่นหนังสือประท้วงกลับไป แค่ชี้แจงทำความเข้าใจผ่านทางมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติภาพก็พอ
O ก่อนหน้านั้นกรณี อ.สะเดา จ.สงขลา ถูกผนวกเข้ามาเป็น “อำเภอที่ 5” ในฐานะพื้นที่ที่มีปัญหาความไม่สงบ ฝ่ายไทยกลับเงียบสงบ ไม่โวยเลยสักแอะ มีแต่ท่าน มท.1 จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่มาพูดเอามันว่าทำหนังสือประท้วงไปเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อวันสองวันก่อนสอบถาม “เสธ.แมว-ภราดร” ยังยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องร่อนหนังสือ
O หนำซ้ำ “เสธ.แมว” ยังแผ่นเสียงตกร่อง อธิบายแทนบีอาร์เอ็นว่า อ.สะเดา ถูกดึงเข้ามารวมเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน เนื่องจากมีคนจากฝั่งมาเลย์ผ่านเข้ามาเยอะ อย่างนี้ต้องบอกว่า “ยิ่งพูดยิ่งเลอะ” เพราะหากย้อนไปดูคำแถลงผ่านเว็บไซต์ยูทูบรอบ 4 ของ นายฮัสซัน ตอยิบ เมื่อ 24 มิ.ย. (ก่อนมีแถลงการณ์หยุดยิงรอมฎอน) เขานิยามอาณาเขตของดินแดน “ปาตานี” ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขามาแต่เดิมว่า หมายรวมถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 5 อำเภอของ จ.สงขลา อย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้ถอนทหาร ฉะนั้นมันจึงไม่เกี่ยวอะไรกันกับข้อตกลงย่อยเรื่องหยุดยิงรอมฎอน
O เล่นบทแก้ต่างให้บีอาร์เอ็นต่อเนื่องแบบนี้นี่แหละหนา ชาวบ้านเขาจึงแอบเรียกกัน “บังดอน ตอยิบ” ส่วนคู่หูอีกคนในวังวนพูดคุยสันติภาพ ก็ได้รับการขนานนามว่า “แบวี บาซอ” เป็นที่สนุกสนานกันไป
O ในบริบทพูดคุยเจรจาดับไฟใต้ พี่ไทยเหมือนเล่นบท “เด็กดีเกินไป” ผู้รับผิดชอบท่องแต่คำว่า “ไม่เป็นไรๆ” เหมือนตอนน้ำท่วมที่นายกรัฐมนตรีท่องแต่คำว่า “เอาอยู่” ผู้ชำนาญการณ์เขาจับยามสามตาดู ก็บอกว่าเสียวจะซ้ำรอยกรณีปราสาทพระวิหาร เพราะอะไรๆ ที่เราตีความหรือมั่นใจไปเอง คนอื่นที่เขาคิดเก่งเขาอาจคิดไม่เหมือนเรา และสุดท้ายเรานั่นแหละที่จะต้อง “น้ำตาเช็ดหัวเข่า” กันอีกรอบ









