รัฐบาลกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ในนโยบายการรับจำนำข้าว ที่ดำเนินมาเข้าสู่ปีที่สอง และกำลังจะเริ่ม
เข้าสู่ฤดูกาลผลิตที่สามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่ารัฐบาลจะยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายด้าน แต่ก็มีการตอบโต้ทางการเมือง ที่มีลักษณะประชานิยมอย่างชัดแจ้ง และกำลังกลายเป็นประเด็นที่นำมาใช้ตอบโต้กับผู้ที่มาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวของโครงการนี้ นั่นคือ "ช่วยชาวนาผิดตรงไหน" ซึ่งกำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมือง และบดบังปัญหาอื่นที่กำลังเกิดขึ้นกับโครงการรับจำนำของรัฐบาลอย่างจงใจ
นโยบายการช่วยเหลือชาวนา หรือคนกลุ่มอื่นที่เสียเปรียบในสังคม เป็นนโยบายที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นโยบายเหล่านี้มักจะมีปัญหาตามมาเสมอ เนื่องจากมักจะเป็นนโยบายที่มีปัญหาในการบริหารจัดการเสมอ ยิ่งเป็นนโยบายที่รีบเร่งเอาใจมวลชนมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นนโยบายที่สร้างปัญหามากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากหากเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากแล้ว การดูแลและการจัดการย่อมเป็นเรื่องใหญ่เสมอ และเป็นเรื่องยากมากที่จะไม่เกิดปัญหาตามมาได้ ซึ่งเป็นลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกรัฐบาล
สำหรับนโยบายการรับจำนำข้าวในขณะนี้ ไม่ใช่ประเด็นเรื่องควรมีนโยบายหรือไม่ แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการเช่นเดียวกัน และปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะนี้ก็เป็นสิ่งที่มีการกล่าวเตือนมาก่อนหน้านั้นจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการค้าข้าวใน 3 ประเด็นใหญ่ด้วยกัน คือ 1.รัฐบาลกำลังทำลายการค้าข้าวของประเทศ ด้วยการทำตัวเป็นพ่อค้าใหญ่รายเดียว ซึ่งมีการเตือนแล้วว่าไม่สามารถทำได้ เพราะว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีความสามารถพอ 2.จะเกิดขบวนการทุจริตคอร์รัปชัน และ 3.จะสร้างภาระให้กับงบประมาณของประเทศ
ประเด็นแรก ขณะนี้ได้ปรากฏชัดเจนอย่างยิ่ง ว่า รัฐบาลไม่มีปัญญาค้าข้าวตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่แรก เพราะอย่าลืมว่าระบบค้าข้าวของไทยที่มีมากว่าศตวรรษนั้นดำเนินการโดยพ่อค้าเป็นหลัก หน่วยงานของรัฐไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากพอ อย่างมากเท่าที่ทำได้ ก็คือ การขยายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เหมือนรัฐบาลในอดีตที่ทำมาแล้ว ซึ่งไม่เพียงพอจะระบายข้าวที่ผลิตได้ในแต่ละปี และก็ปรากฏให้เห็นจากสต็อกข้าวของรัฐบาล 16-17 ล้านตันข้าวสาร เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีปัญญามากพอในการค้าขายข้าว
ประเด็นที่สอง เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น แทบจะเป็นของคู่กัน สำหรับโครงการที่ทำขึ้นมาเพื่อเอาใจฐานเสียงในทุกรัฐบาล และเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้แทบทุกนโยบาย แม้รัฐบาลพยายามแก้ต่างว่ามีการตรวจสอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอย่างรัดกุม และจะดำเนินตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งการป้องกันและคำพูดเหล่านี้ คนไทยก็มักจะได้ยินในทุกรัฐบาล ดังนั้น หากมีปัญหาเกิดขึ้นและสร้างความเสียหาย รัฐบาลไม่อาจมากล่าวโทษระดับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะทุกอย่างเป็นการดำเนินงานของรัฐบาลเองทั้งสิ้น
ประเด็นสุดท้าย เรื่องภาระงบประมาณนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่ารัฐบาลได้จัดสรรมาให้เพื่อการขาดทุนอยู่แล้ว ดังนั้น เราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากโครงการรับจำนำนั้น มีความผิดพลาดตั้งแต่ต้น ซึ่งหากว่ารัฐบาลจะยืนยันเดินหน้านโยบายต่อไป ไม่เพียงแต่การปรับราคาและปริมาณรับจำนำเท่านั้น รัฐบาลต้องปรับขบวนการใหม่หมด หาไม่แล้วปัญหาก็จะเกิดขึ้นเช่นเดิม ซึ่งเราเห็นว่าประเด็นของนโยบาย ไม่ใช่เรื่อง "ช่วยชาวนาผิดตรงไหน" แต่กำลังจะเกิดตรงที่ นักการเมือง "อ้างชาวนา" เพื่อดำเนินนโยบายต่างหาก








