บทเรียนอังกฤษในการเป็น "ผู้บุกเบิก" รายแรกของโลกในการเปลี่ยนผ่าน โทรทัศน์แบบอนาล็อกภาคพื้นดินสู่ดิจิทัล
ที่ใช้เวลานานที่สุดถึง 14 ปี คงทำให้ประเทศอื่นๆ ทั้งหมดในทวีปยุโรปใช้เวลาสั้นกว่าอังกฤษ ส่วนใหญ่อยู่ในระยะเวลา 5-8 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านของประเทศฝรั่งเศสที่ใช้เวลา 6 ปี มีปัจจัยแวดล้อมที่เทียบเคียงได้กับประเทศไทยมากที่สุด
อ่านข้อมูลกระบวนการเปลี่ยนผ่าน Analog Switch-off : Digital Switch-over ของประเทศฝรั่งเศสแล้ว น่าจะสรุปได้ว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำลองการออกแบบการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Digital Terrestial Television มาเกือบทุกกระบวนการ ผลลัพท์จะออกมาแบบเดียวกันหรือไม่ โปรดติดตามอย่ากะพริบตา
ยกเว้นอย่างเดียวที่แตกต่างกันเลยคือ ฝรั่งเศสใช้วิธี Beauty Contest ในการออกใบอนุญาตรายเก่า และรายใหม่ทั้งส่วนของโครงข่าย Multiplex ที่ออกแบบไว้ 6 โครงข่าย กับช่องรายการที่มีทั้งหมด 20 ช่อง ที่มีแยกประเภทต่างๆ คล้ายกันมาก แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้แบบ Auction ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการประมูลเปลี่ยนความถี่ในภาคธุรกิจ แต่ใช้วิธี Beauty Contest ในช่องประเภทบริการสาธารณะ
ปัจจัยแวดล้อมด้านการรับชมโทรทัศน์ของคนฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ.2547) ที่เริ่มมีการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล คนดูโทรทัศน์ระบบอนาล็อก 67% ประมาณ 15.7 ล้านครัวเรือน ผ่านจานดาวเทียม 17% 4 ล้านครัวเรือนและเคเบิลทีวี 16% 3.75 ล้านครัวเรือน รวมประมาณ 20 ล้านครัวเรือน สัดส่วนนี้ใกล้เคียงกับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2553 ค่อนข้างมากที่ครัวเรือนไทยประมาณ 50% ยังดูโทรทัศน์ระบบอนาล็อก
แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยหันไปรับชมโทรทัศน์จากจานดาวเทียมกับเคเบิลทีวีเพิ่มขึ้น ปีละร่วม 10% จนในปี 2555 รับชมผ่านจานดาวเทียมมากถึง 44% ประมาณ 10 ล้านครัวเรือน ยังดูผ่านเสาอากาศก้างปลาระบบอนาล็อก 36% ประมาณ 7-8 ล้านครัวเรือน ที่เหลือดูในระบบบอกรับสมาชิกหรือ Pay TV ผ่านเคเบิลท้องถิ่นประมาณ 11% ประมาณ 2.5 ล้านครัวเรือน และทรูวิชั่นส์ 9% ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน รวมประมาณ 22 ล้านครัวเรือน
จำนวนสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส ที่ออกอากาศในระบบอนาล็อกก่อนเพิ่มขึ้น ในระบบดิจิทัลทีวีมีทั้งหมด 7 ช่อ งเป็นระบบ Free-to-Air 6 ช่อง กับแบบบอกรับสมาชิก 1 ช่อง
หน่วยงานการกำกับและดูแลการเปลี่ยนผ่าน ASO/DSO ของฝรั่งเศส แบ่งหน้าที่กันหลายหน่วยงานมีทั้งหน่วยงานวางแผนการใช้ตารางคลื่นความถี่ รับผิดชอบการออกใบอนุญาต รับผิดชอบการดูแลเนื้อหาที่อยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมและสื่อสาร กระทรวงเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การส่งเสริมการแข่งขัน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีการถ่วงดุลกันพอสมควร
แตกต่างจากประเทศไทยที่ดูเหมือนว่า "รวมศูนย์" อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่กับ กสทช. ที่มีกรรมการในฝั่งบรอดแคสติ้ง 5 คน ที่มักมีเสียง "โหวต" เป็นบล็อก 3 ต่อ 2 เป็นส่วนใหญ่
รัฐบาลฝรั่งเศสออกกฎหมาย Audiovision Law on Future TV ในวันที่ 5 มี.ค.ปี 2007 (พ.ศ.2550) เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ มีกฎหมายรองรับ โดยกำหนดวันยุติการออกอากาศระบบอนาล็อกไว้เลยในวันที่ 30 พ.ย.ปี 2011 (พ.ศ.2554) โดยจะต้องให้การออกอากาศของดิจิทัลทีวีครอบคลุมพื้นที่อย่างต่ำ 95% และอีก 5% ที่สัญญาณไปไม่ถึงยังให้รับด้วยระบบดาวเทียม รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไว้ 277 ล้านยูโร มาจากสถานีฟรีทีวีเดิม 6 สถานี อีก 79 ล้านยูโร รวม 352 ล้านยูโร (ประมาณ 14,000 ล้านบาท)
ในขณะที่กระบวนการนี้ของประเทศไทยที่รับผิดชอบโดย กสทช. ไม่ได้ตั้ง "เงินสนับสนุน" จากงบรัฐบาล แต่หวังว่าจะได้เงินจากการประมูลช่องประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ราคาขั้นต่ำรวมประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อนำมาแปลงเป็น "คูปอง" สนับสนุนทางการเงินให้ผู้บริโภคนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ (Set top box) เอง คาดว่าน่าจะเป็นมูลค่าคูปองประมาณ 690 บาทต่อครัวเรือน
กสท.ของฝรั่งเศสได้ให้ใบอนุญาตช่องดิจิทัลทีวีกับช่องฟรีทีวี ระบบเดิมทุกช่องๆ ละ 1 ใบ และอนุญาตให้ออกอากาศช่องอนาล็อกแบบคู่ขนาน Simulcast ในระบบดิจิทัลทีวีอีกรายละ 1 ช่อง โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้ขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อย 95% ภายใน 15 ปี
โดยในช่วงแรก ออกใบอนุญาตช่องดิจิทัลแบบความคมชัดชัดปกติ (Standard Definition) แล้ว หลังจากนั้นอีก 3 ปี จึงออกใบอนุญาตเพิ่มเติมแบบความคมชัดสูง (High Definition) แล้วยังออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตโทรทัศน์ขนาด 32 นิ้วขึ้นไป จะต้องผลิตแบบ HD เท่านั้น
ช่องดิจิทัลทีวีของฝรั่งเศสประกอบด้วย ช่องสาธารณะ 6 ช่อง ที่ในนั้นมีช่องรัฐสภา 1 ช่อง และช่องความคมชัดสูง (HD) 1 ช่อง คือ ARTE ที่กำหนดให้เป็นช่องแนวศิลปะวัฒนธรรมที่ค่อนข้างมีรสนิยม และคุณภาพดี
ช่องทั่วไป 5 ช่อง ช่องข่าว 2 ช่อง ช่องเด็ก 1 ช่อง ช่องบันเทิง-ดนตรี 3 ช่อง และช่องแบบ Pay TV ที่เป็นภาพยนตร์ กีฬาและบันเทิง 9 ช่อง ยังมีช่องท้องถิ่นที่น่าจะเป็นแบบช่องชุมชนของไทยอีก 6 ช่อง โดยกำหนดให้มีโครงข่าย Multiplex 6 ราย ใกล้เคียงกับกสทช.ไทย
กสท.ฝรั่งเศสเปิดให้ผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอตามแนวช่องในระบบ Beauty Contest ให้คะแนนคุณภาพเนื้อหาที่ไม่ได้วัดด้วยตัวเงิน ปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นข้อเสนอมาทั้งหมด 70 ราย สำหรับช่องดิจิทัลใหม่ 20 ช่อง ซึ่งผู้ได้รับการคัดเลือกจาก กสท. ฝรั่งเศสที่เป็นผู้เล่นใหม่มาจากผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์,ธุรกิจเพลง ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจวิทยุและธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม
ประเทศฝรั่งเศสน่าจะศึกษาบทเรียนความล้มเหลวของประเทศอังกฤษ ทำให้กระบวนการออกใบอนุญาตและการเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างดีพอสมควร ไม่มีอุปสรรคแบบอังกฤษที่ถูกยักษ์ใหญ่ BSkyB ทีวีดาวเทียมล้มกระดานจนกลุ่มดิจิทัลทีวีแทบเอาตัวไม่รอด
ภายใน 3 ปี หลังจากเริ่มออกอากาศระบบดิจิทัลแล้ว ครัวเรือนฝรั่งเศสที่รับชมโทรทัศน์ระบบนี้เพิ่มเป็น 24% โดยระบบอนาล็อกลดลงจาก 67% เหลือประมาณ 42% จานดาวเทียมทรงๆอยู่ที่ 16 % ระบบ DSL-FIBER 13% และระบบเคเบิลทีวี 6%
ต่อมาอีก 3 ปี ครัวเรือนฝรั่งเศสหันมารับชมผ่านดิจิทัลมากขึ้นเป็น 39% แทนที่ระบบอนาล็อกที่ยกเลิกออกอากาศแต่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมก็เติบโตจาก 16% เป็น 25% ระบบ DSL-FIBER ขยายตัวไปถึง 29% และเคเบิลทีวีลดลงเหลือ 7%
ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านยุติการออกอากาศแบบอนาล็อกของฝรั่งเศสน่าสนใจมากเพราะได้กำหนดพื้นที่เป็นเขตๆ ในการยกเลิกทั้งหมด เริ่มจากพื้นที่แรกประมาณ 10,000 ครัวเรือนรับชมดิจิทัลทีวีได้ 100% ในวันที่ 4 ก.พ. ค.ศ. 2009 แล้วทยอยยกเลิกระบบอนาล็อกไปเป็นเขตๆ จนครบทั้ง 100 %ในวันที่ 30 พ.ย. 2011 (พ.ศ.2554) ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งประเทศไทยทาง กสทช. ยังไม่ได้กำหนดวันดีเดย์ เพียงแต่กำหนด "ตัวชี้วัด" ไว้คร่าวๆ ว่าภายใน 5 ปี หรือปี 2560 ครัวเรือนไทยไม่น้อยกว่า 80% ในเมืองใหญ่จะต้องเข้าถึงดิจิทัลทีวีและวิทยุ
หากไปดูผลประกอบการของ "ผู้เล่นรายเก่า" กับ "ผู้เล่นรายใหม่" ในระบบดิจิทัลทีวีของฝรั่งเศสพบว่า ผู้เล่นรายเก่าอันดับหนึ่ง TF1 ที่น่าจะเปรียบได้กับช่อง 7 ของไทยมีส่วนแบ่งคนดูลดลงจาก 32% ในปีค.ศ. 2005 เหลือ 24% ในปี 2011 และมาร์จินลดลงจาก 14% เหลือ 10.8% เมื่อการเปลี่ยนผ่านสิ้นสุด ช่อง TF1 ต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายลงเพื่อรักษากำไรไม่ให้มีสัดส่วนน้อยลง แต่โดยภาพรวมแล้ว "ผู้เล่นรายเดิม" ยังคงรักษา "เม็ดเงิน" ของตัวเองไว้ได้หมด แต่สัดส่วนกำไรหรือมาร์จินเริ่มลดน้อยลง ช่องเก่าได้แก้ปัญหาหลายอย่าง เช่น ลดราคาค่าโฆษณา การควบรวมกิจการ การลดค่าผลิตรายการ ฯลฯ
เม็ดเงินโฆษณาของธุรกิจโทรทัศน์ในฝรั่งเศส ได้ขยายตัวมากกว่า 40-50% เมื่อเทียบกับปีแรกหลังการเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดที่ใช้เวลา 6 ปี แต่ในช่วง 3 ปีแรกการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณายังมองเห็นไม่มากนัก ทำให้ "ผู้เล่นรายใหม่" ทุกรายขาดทุนจำนวนมหาศาลตัวเลขติดลบมากกว่า 100% ในช่วง 3-4 ปีแรก ที่ในปีที่ 3 มีอยู่เพียง 1 ช่อง ที่เริ่มมีกำไรสุทธิเล็กน้อย จนถึงปีที่ 4 ผู้เล่นรายใหม่เริ่มหายใจคล่องขึ้น มีกำไรเพิ่มมาเป็น 3 ช่องจาก 20 ช่อง
บทเรียนการเปลี่ยนผ่านของประเทศฝรั่งเศสที่ กสทช. ไทยจำลองแบบมาใช้กับการออกแบบโครงสร้างใหม่ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยน่าจะทำให้พอมองเห็นว่า "ผู้เล่นรายเก่า" ยังเป็นผู้กำหนดเกมมากกว่า "ผู้เล่นรายใหม่" ที่ทุกรายต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนรับผลขาดทุนจำนวนมหาศาล รายที่สายป่านทางการเงินสั้นก็ถูกควบรวมกิจการกับผู้เล่นรายเก่า และผู้เล่นรายใหม่ที่มีสายป่านทางการเงินยาวมากกว่า ผู้เล่นรายใหม่กับผู้เล่นรายเก่าของประเทศไทยก็คงมีชะตากรรมไม่ต่างจากฝรั่งเศสมากนัก









