วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองโกเลีย..จุดเริ่มต้นโหมดรุก"ยิ่งลักษณ์"

ปาฐกถาในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ณ ประเทศมองโกเลีย 29 เมษายน 56 ที่ผ่านมา ของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย เพราะเนื้อหาหนักไปทางตำหนิรัฐธรรมนูญของไทย กล่าวหาองค์กรอิสระที่ไม่เป็น"กลาง" เรียกว่าเนื้อหาที่หยิบขึ้นไปพูด "ไม่ธรรมดา" ท่าทีที่ปรากฏ สวนทางกับบุคลิกเดิมๆ ของนายกฯ ดูเหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจ เหมือน "เคียดแค้น" ฝังรากลึก

เนื้อหาที่นายกฯ พูดมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องบ้านเมือง ส่วนที่สองเป็นเรื่องครอบครัว ซึ่งคนไทยทั้งประเทศก็ได้รับรู้ทั่วกันแล้ว อาจจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เพียงแค่อยากจะบอกว่า สิ่งที่ปรากฏนั้นมันเป็นการเปลี่ยนโหมดของนายกฯยิ่งลักษณ์ ผู้ที่เคยอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เคลื่อนไหวอะไร

สิ่งที่เปลี่ยนไป คงไม่ได้เกิดโดยตัวนายกฯยิ่งลักษณ์เอง โดยที่พี่ชายไม่รู้ไม่เห็น งานนี้ตรงนี้บอกเลยว่า 100% เป็น "พี่สั่งมา"

หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่านายกฯยิ่งลักษณ์ ดูเหมือนเป็นคนนิ่มนวลต่อแรงต้านทั้งหลาย ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่โต้ ไม่ตอบ ไม่สร้างความขัดแย้ง ก็เพราะต้องการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลตามบัญชาของ "พี่" แต่วันนี้ มีความเชื่อว่าเสถียรภาพของรัฐบาลแข็งแรงแล้ว เลยต้องเปลี่ยนโหมดเดินหน้าชนกับทุกอย่างที่ขวางทาง

แต่งานใหญ่ขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากแต่เป็นการเดิมเกมตามบัญชาที่มีทีมงาน มีคนร่างเนื้อหา แม้กระทั่งบอกพิกัดประเทศที่อยากจะให้เป็นจุดเริ่มต้นในการพูด จึงไม่น่าแปลกใจ ที่สปีชที่มองโกเลียจะมีเนื้อหาแสดงถึงความเคียดแค้นของพี่ที่สะสมแล้วส่งตรงให้น้องฟ้องชาวโลก

เหตุที่เลือกประเทศมองโกเลีย เป็น จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนโหมดเชิงรุก ก็เพราะที่นั่นมีผู้นำหลายประเทศเข้าร่วม ถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง ที่มองหาจังหวะเวลา โดยจุดประสงค์หลักคงอยากจะบอกให้โลกรู้ว่า ประเทศไทยแม้จะเป็นประชาธิปไตย แต่ก็ยังไม่"เต็มขั้น" เพื่อฟ้องว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย

การใช้เวทีที่ประเทศมองโกเลียนำร่อง คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สบโอกาส เพราะหัวข้อเป็นเรื่อง "ประชาธิปไตย" เนื้อหาที่หยิบขึ้นไปพูดจึงไม่ธรรมดา คงต้องท่องจำอยู่พอประมาณ

กระแสที่เกิดขึ้นในไทยหลังจากนั้น นายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลับบอกว่าเป็นการพูดเพื่อให้เป็น "อุทาหรณ์" ไม่ให้เหตุการณ์เช่นที่ผ่านมาอีก อ้างเจตนาว่า อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า ถ้ากระบวนการของเราเป็นประชาธิปไตยในทุกส่วนงานและทุกๆ ด้าน ก็จะทำให้มีความมั่นใจ โดยเฉพาะนักลงทุนก็จะสบายใจ และประชาชนจะมีโอกาส มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

ยิ่งไปกว่านี้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ยังสำทับว่า "ถ้ามีโอกาสก็อยากจะพูดอีก เพราะเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่อยากเห็นกระบวนการต่างๆ เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย"

นั่นหมายถึงว่ามองโกเลีย จุดเริ่มต้นโหมดเชิงรุกนั่นเอง

เมื่อถามไปยังกลุ่มแวดล้อมนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ได้ความว่า มองโกเลีย เป็นจุดเริ่มต้นและจากนี้จะเคลื่อนไหวไปทุกที่ เรียกว่ามีเวทีที่ไหนให้พูดเรื่องทำนองนี้ ก็จะพูดอีก เท่ากับว่า จากนี้ไป เลือกที่จะเดินสายฟ้องชาวโลกเพื่อสร้างความชอบธรรมกับสิ่งที่เป็นอยู่ พร้อมกับ "ท้ารบกับทุกฝ่ายที่เห็นต่าง"อย่างนั้นหรือ

นี่คือเกมที่ถูกวางไว้สำหรับน้องสาวเพื่อเป้าหมายสุดท้าย "พี่ชาย"ต้องกลับบ้าน หากทำได้สำเร็จประชาชนคนไทยจะว่าอย่างไร?