วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไลเซ่นทีวีดิจิทัล ราคาคู่ปัญญา

กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาเปิดเผยว่า

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2556 กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะพิจารณาราคาตั้งต้นประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ช่องธุรกิจ 24 ช่อง ตามที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ศึกษามา โดยมีราคาตั้งต้นแบ่งออกเป็นช่องความละเอียดสูง (High Definition : HD) เริ่มต้นประมูลที่ 1,000-3,000 ล้านบาทต่อช่อง เตรียมเปิดประมูลทั้งหมด 4 ช่อง ช่องความละเอียดมาตรฐาน (Standard Definition :SD) ประกอบด้วย ช่องทั่วไป 10 ช่อง ช่องข่าว 5 ช่อง และช่องเด็ก 5 ช่อง เริ่มต้นไม่เกินช่องละ 500 ล้านบาท โดยช่องข่าวจะมีราคาประมูลต่ำกว่าช่องทั่วไป เพราะถูกกำหนดให้ต้องเป็นรายการข่าว 70% และช่องเด็กราคาต่ำที่สุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไข เช่น ห้ามโฆษณาสินค้าที่มีน้ำตาล ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะได้สิทธิดำเนินการมีระยะเวลา 15 ปี อีกทั้งราคาประมูลนี้ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่เข้ามีส่วนร่วม เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์การปฏิรูปสื่อ เพื่อสร้างความหลากหลายของเนื้อหาให้แก่ประชาชน

อย่างไรก็ตาม การกำหนดราคาประมูลต้องพิจารณาจากความสามารถในการหารายได้ มูลค่าอุตสาหกรรมทีวี รวมถึงการกำหนดเพดานการถือครองช่องรายการทีวีดิจิทัล และค่าเช่าโครงข่าย ที่ต้องขึ้นอยู่กับราคาค่าโครงข่าย เพราะหากราคาโครงข่ายมีราคาสูง จะทำให้ราคาเริ่มต้นประมูลต่ำ แต่หากราคาโครงข่ายราคาต่ำ ราคาตั้งต้นประมูลก็จะสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการโครงข่าย โดยราคาค่าโครงข่ายกำหนดไว้ที่ 40-60 ล้านบาทต่อปีต่อช่อง ส่วนการกำหนดถือครองจำนวนช่องจะเป็น 2 หรือ 3 ช่องต้องรอข้อสรุปอีกครั้งเดือนเมษายน 2556 การกำหนดราคาตั้งต้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งคำนึงถึงการแจกคูปองประชาชนเพื่อแลกซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล หรือแลกรับกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล เบื้องต้น กสท. คาดว่ามูลค่าคูปองจะอยู่ที่ใบละ 500 บาท ซึ่งต้องแจก 22 ล้านครัวเรือน เท่ากับเป็นต้นทุนการแจกคูปองทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 11,000 ล้านบาท ฉะนั้น กสท.ต้องได้เงินค่าประมูลช่องเอชดีไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อช่อง ส่วนช่องเอสดีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 250-300 ล้านบาท สอดคล้องกับที่จุฬาฯ เสนอตัวเลขราคาตั้งต้นไม่เกิน 3,000 ล้านบาทสำหรับเอชดี และเอสดีไม่เกิน 500 ล้านบาท

การกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลเป็นสิ่งจำเป็น และการแจกคูปองแลกซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล หรือแลกรับกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลเป็นเรื่องจำเป็น เพราะครัวเรือนในประเทศไทยยังมีอัตราการบริโภคสื่อผ่านเครื่องรับโทรทัศน์เป็นหลัก เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน การรับชมรับฟังสื่อโทรทัศน์ก็ต้องเปลี่ยนระบบตามไปด้วย เพื่อเปิดช่องทางรับข่าวสารที่เท่าเทียมแก่ประชาชนโดยรวม และหากต้องจัดซื้่อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่ราคาสูง จะเป็นการผลักภาระแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก การจะได้เงินจากการประมูลจำนวนเท่าไร และต้องนำเงินนั้นๆ ไปดำเนินการสิ่งใดบ้าง กสทช. ต้องคำนวณอย่างรอบคอบและฟังเสียงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง ไม่ใช่จัดรับฟังตามระเบียบวิธีปฏิบัติ

ที่สำคัญนอกเหนือจากเครื่องรับโทรทัศน์ การให้ใบอนุญาตทีวีสาธารณะก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะจะมีผลต่อกระบวนคิด การรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนทั่วไป ต้องมีมาตรการที่ไม่ก่อให้เกิดการครอบงำทางความคิด ไม่ว่าทางใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องจัดสรรเพื่อสร้างเสริมภูมิปัญญาของประชาชน ให้คิดเอง ตัดสินใจเองได้