วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บาเซิลผ่อนคลายกฎคุมแบงก์โลก

คณะกรรมการบาเซิล ประกาศผ่อนคลายร่างกฎข้อบังคับคุมภาคธนาคารโลก ในความพยายามที่จะช่วยให้ธนาคารขนาดใหญ่ สามารถรับมือกับวิกฤติการเงิน

โดยไม่เจอภาวะขาดเงินสด หลังธนาคารจำนวนมากประสานเสียง กฎเดิมใช้งานไม่ได้จริง และสร้างความเสี่ยงทางการเงิน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) คณะกรรมการบาเซิล กำกับดูแลด้านธนาคาร ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่คุมกฎระเบียบ และนายธนาคาร เห็นพ้องที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบ ที่ออกแบบมาเพื่อรับประกันว่า ธนาคารขนาดใหญ่จะสามารถรับมือกับวิกฤติการเงิน โดยไม่ขาดแคลนเงินสด การเคลื่อนไหวที่ถือเป็นการยอมรับต่อแรงกดดันของอุตสาหกรรม ที่ดำเนินมาตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

การผ่อนคลายครั้งนี้ เป็นการเปิดทางให้ภาคธนาคารดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านการเสริมสร้างสภาพคล่อง และเลื่อนเส้นตายบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบออกไปจนถึงปี 2562 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงการขยายขอบเขตสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และการตรวจสอบบางประการเกี่ยวกับอัตราเงินทุนไหลเข้าและไหลออก เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสบการณ์จริงในการรับมือกับภาวะวิกฤติได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ "เมอร์วิน" คิง ระบุว่า การผ่อนคลายข้างต้น ถือเป็นการประนีประนอมในความเห็นที่แตกต่างกันทั่วโลก โดยนายคิงทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่มผู้ว่าการ และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบ หรือจีเอชโอเอส ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาออกกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมธนาคารโลก

เขากล่าวว่า "ถือว่าเป็นครั้่งแรกในประวัติศาสตร์ที่เรามีมาตรฐานขั้นต่ำสุดสำหรับสภาพคล่องธนาคารในระดับโลก"

ที่ผ่านมา ธนาคาร และเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิเช่น นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต่างกดดันที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงแอลซีอาร์ โดยชี้ว่า จะทำให้การปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์สะดุด และทำให้ภาครัฐทำงานได้ยากขึ้นในการดำเนินนโยบายทางการเงิน ทั้งภาคธนาคารยังเตือนว่า มาตรการเดิมนั้น อาจทำให้ต้องลดการปล่อยกู้ให้ทั้งภาคธุรกิจ และครัวเรือน

นายคิง ยืนยันด้วยว่า มาตรฐานสภาพคล่องฉบับใหม่นี้ จะไม่ทำให้เกิดความล่าช้า ในความสามารถของระบบธนาคารโลกที่จะสนับสนุนทางด้านการเงิน เพื่อทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว โดยย้ำว่า กฎใหม่นี้เป็นการพิจารณาโดยมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงมากขึ้น และไม่ได้เป็นการทำให้มาตรฐานธนาคารโลกอ่อนแอลงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในการประเมินกลุ่มตัวอย่างที่คณะกรรมการบาเซิลสุ่มมาจำนวน 209 ธนาคารนั้น พบว่า นับถึงสิ้นปี 2554 ธนาคารเหล่านี้มีสินทรัพย์มูลค่าไม่ถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ตามที่ร่างกฎข้อบังคับฉบับเดิมกำหนดไว้

กฎข้อบังคับ ที่เรียกกันว่า บาเซิล 3 ตามชื่อเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่จัดการเจรจาทำข้อตกลงดังกล่าวนั้น กำหนดให้ภาคธนาคารต้องเพิ่มเงินทุนเพื่อเป็นเกราะป้องกันวิกฤติเป็นจำนวนมหาศาล และมาพร้อมกับสภาพคล่องมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งอุตสาหกรรมธนาคารแย้งว่า กฎดังกล่าวจะเป็นการทำลายล้างอุตสาหกรรม และทำให้ธนาคารต้องลดปริมาณการปล่อยกู้ลงมาอย่างมาก