วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยันรื้อถอนศาลฎีกาทำตามขั้นตอนกฎหมาย

เลขาฯศาลยุติธรรม ยัน รื้อถอนศาลฎีกาทำตามขั้นตอนกฎหมาย เตือนใครกระทบสิทธิ์ศาลพร้อมดำเนินการปกป้องอย่างเต็มที่

นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวย้ำถึงโครงการรื้อถอนอาคารเก่าศาลฎีกาว่า การรื้อถอนศาลฎีกาเป็นการดำเนินงานที่มีขั้นตอนถูกต้องตามระเบียบ แบบแผน และกฎหมาย ซึ่งศาลยุติธรรมได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางก่อนที่จะดำเนินการ โดยสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินงานตามขั้นตอนทางกฎหมาย และได้เริ่มเปิดการเจรจาแลกเปลี่ยนความเห็นกับทุกฝ่ายตั้งแต่ปี 2516 โดยเฉพาะในช่วงหลังได้มีการประชุมหารือร่วมกับกรมศิลปากรหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.53 - 18 มี.ค. 54 เช่นวันที่ 27 เม.ย.53 ได้เจรจากับกรมศิลปากรที่ศาลยุติธรรม และในเวลาต่อมาก็ได้มีการเจรจากับกรมศิลปากร ในวันที่ 2 มิ.ย.53 โดยผลการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติเรื่องการคงอาคารไว้

แต่ได้ข้อยุติว่าศาลฎีกาคงสร้างในที่เดิม ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาลูกขุนนอกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และในเวลาต่อมาก็ได้มีการเจรจาอีกครั้งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในเดือน ก.ย. 53 โดยมีข้อยุติคือ ศาลขอบุษบกซึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่อาคารศาลยุติธรรม ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังได้มีการเจรจาเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 11 ต.ค.53 โดยได้เจรจากับองค์กรเอกชนที่สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ยอมรับความเห็นเรื่องคุณค่าของอาคารเดิม และในการเจรจาครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 12 ต.ค.53 ได้เจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร โดยฝ่ายกรมศิลปากรเสนอคงอาคารหลังพระรูปไว้ 1 หลังและกรมศิลปากรเสนอขอเป็นผู้ออกแบบด้วย ซึ่งจะออกแบบเป็นทรงนีโอคลาสสิค ต่อมากรมศิลปากรส่งแบบมาให้ศาลพิจารณา หลังจากนั้นฝ่ายศาลได้เจรจากับ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เขียนแบบอาคารศาลฎีกา และยืนยันที่จะสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาเต็มพื้นที่ และในเวลาต่อมาศาลยุติธรรมมีการเจราจากับกรมศิลปากรอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 54 ที่สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร

โดยกรมศิลปากรยอมรับที่จะสร้างอาคารศาลฎีกาใหม่ตามแบบที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแบบ ซึ่งแบบดังกล่าววางแนวแบบทรงไทย โดย ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกหลวง และให้คงอาคารหลังพระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองศ์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ไว้ 1 อาคาร

"ศาลยุติธรรมไม่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งอะไรกับกรมศิลปากร เพราะที่ผ่านมาศาลยุติธรรมก็ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์จากกรมศิลปากรมาโดยตลอด ผมขอยืนยันว่า ศาลยุติธรรมพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และคำนึงถึงความเหมาะสมในการดำเนินงานในครั้งนี้ให้มากที่สุด แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีการดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิของศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมก็พร้อมที่จะดำเนินการปกป้ององค์กรอย่างเต็มที่ เพราะองค์กรศาลยุติธรรมถือเป็นสมบัติของชาติเช่นกัน” นายวิรัช เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวและว่า รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้นำเสนอผ่านทางFacebook ชื่อเพจ “กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม"