สร้างชีวิตคู่ขนาน

สร้างชีวิตคู่ขนาน

คนที่ตัวตนแท้ไม่แข็งแรงพอ มีความภาคภูมิใจในตัวตนแท้ ต่ำอย่างน่าใจหาย มีที่ทางสร้างตัวตนใหม่ในโลกคู่ขนาน

“คนทุกคนมีสองชีวิต ชีวิตแรกที่แสดงให้โลกรับรู้ กับอีกชีวิตหนึ่งซึ่งไม่มีวันให้ใครได้ล่วงรู้เป็นอันขาด”  ภาพยนต์ Blood & Chocolate (เจ้าสาวพันธุ์อสูร) ค.ศ. 2007

ในคราก่อนดิฉันได้นำเสนอแนวคิดที่ว่า ชีวิตคนเราทุกวันนี้กำลังเผชิญหน้ากับ “การคุกคามทางจิตใต้สำนึก” ที่ถาโถมในทุกวินาทีชนิดไม่ลดราวาศอก ผ่านการออกแบบอย่างปราณีตด้วยศาสตร์ทางจิตวิทยาสังคม เพื่อกระตุ้นให้คน ซึ่งเป็นสัตว์สังคมโดยเนื้อแท้ ประดิษฐ์พฤติกรรม คำพูด การแต่งกาย กระทั่งรูปแบบการใช้ชีวิตให้สอดคล้องไปในสิ่งซึ่งสังคมอนุมัติแล้วว่า “ถูก ควร ดี มีคุณค่า”


   เป็นธรรมดาอยู่เองที่เบื้องลึกของหัวใจ คนจะกลัวกับการถูกปฎิเสธ ไม่ยอมรับ หรือขับจากกลุ่มสังคมที่เขาดำรงชีวิตจิตใจอยู่


 แต่ก็อีกเช่นกัน ธรรมดาของใจคนนั้น มิเพียงลึกซึ้งหากแต่ซับซ้อนราวหัวหอม ตัวตนด้านหนึ่งเป็นชีวิตที่แสดงตามบทบาทที่รับมา ประสมกับตัวกรองทางสังคม


   และแน่นอนที่สุด การซึมแทรกสั่งการสะสมในจิตใต้สำนึก ส่งผลให้แสดงตัวตนที่อยากเป็น อยากถูกมองเห็น อยากให้ผู้อื่นเชื่อเช่นนั้น ผ่านการปฎิสัมพันธ์ในสังคม โดยเฉพาะที่ทางที่ทรงพลานุภาพสูงสุดต่อการ “เล่าเรื่อง” ตัวเองในสังคมเสมือนอย่างเฟซบุ๊ค 

 

 ปรากฎการณ์ออนไลน์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เช็คอินในสถานที่ดูดี โค้ดคำพูดเก๋ไก๋ในสเตตัสและพูดด้วยภาพผ่านอินสตราแกรม โดยเฉพาะการโพสต์ภาพอาหารงามวิจิตรนอกบ้าน เป็นการอธิบายแนวคิดได้อย่างกระจ่างแจ้ง


 คนส่วนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ตัวตนแท้ที่ไม่แข็งแรงมากพอ ประกอบกับความภาคภูมิใจในตัวตนแท้ต่ำอย่างน่าใจหาย จึงได้มีที่ทางสร้างตัวตนใหม่ในโลกคู่ขนาน การคลิ๊กไลด์หรือคอมเม้นท์ที่ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร แต่มีผลกระทบทางบวกทางอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาอย่างยิ่งยวด


   หากดิฉันจะรวบคำให้สั้นเข้าว่า เป็นการสร้างชีวิตเหนือจริงซ้อนชีวิตเสมือน ก็ไม่น่าจะเกินเลยกระไร


   แต่อีกด้านของเหรียญ เรายังสามารถพบได้อีกว่า มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งน้อยต่อน้อย ใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเต็มกลืน แม้หัวใจจะเป็นเสรีชน แต่กรอบกฎกติกาจารีตบีบคั้นให้จำเป็นต้องแสดงตามบทบาท


 ไม่ต่างอะไรกับกาต้มน้ำที่ต้องมีรูระบายออกเมื่ออุณหภูมิพุ่งขึ้นถึงจุดเดือด สังคมเสมือนจึงเป็นที่ทางให้เปิดเปลือยหัวใจและตัวตนแท้อย่างสมบูรณ์ ชนิดไม่ยี่หระว่าผู้คนที่อ่านสเตตัส คอมเม้นท์ ภาพถ่ายจะตัดสินตนหรือไม่อย่างไร เพราะที่นั่นคือโลกเสรีสำหรับเสรีชนอย่างพวกเขาโดยแท้ ชีวิตเสมือนในโลกแห่งความจริง กับชีวิตจริงในโลกเสมือนจึงดำเนินคู่ขนาน ผันผ่านวันเวลา ในร่างและชื่อเดียวกัน


 ถึงตรงนี้ ดิฉันอดหวนกลับมามองตัวเอง และรู้สึกชื่นใจอย่างประหลาดล้ำ ที่ใช้ชีวิตทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนด้วยเนื้อตัว หัวใจ และจิตวิญญาณเดียว ไม่ต้องบริหารชีวิตคู่ขนานซ้ำซ้อน


 ที่แม้กระทั่งเจ้าตัว บางครั้งยังเบลอออกบ่อยว่า ตัวตนแท้ของเราคือใครกัน?