บันทึกเรื่องเหล้า ที่เล่าไม่มีวันจบ

เปิดใจ เรียนรู้เคล็ดลับเลิกเหล้าแบบใจหินและใจเพชร จาก 3 เรื่องราวของ 3 บุคคลต้นแบบ คนหัวใจหินและคนหัวใจเพชรในโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2561 ซึ่งจัดโดยสำนังานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
มาดูกันว่าอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคมาถึงวันนี้
1.
“เมื่อก่อนเราดื่มเวลาเฉพาะอยู่กับเพื่อน ดื่มเพื่อสังสรรค์น่ะ ไม่ได้ติดอะไร แต่จะเจอเพื่อนบ่อย สังสรรค์กันทุกศุกร์เสาร์ยาว ถึงไหนถึงกัน แต่หลังจากเข้าโครงการนี้ เราก็ห่างแอลกอฮอล์มากขึ้น”
ขนิษฐา สกุลทอง ในวัย 37 ปี เล่าว่าเริ่มดื่มมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น แต่โดยปกติแล้วไม่ได้ดื่มประจำ มาช่วงที่หลังคลอดลูกคนที่สอง เธอหันมากินยาบำรุงร่างกายประเภทยาดองเหล้า จึงทำให้กิจวัตรการดื่มเริ่มถี่ขึ้น
“ส่วนใหญ่แทบไม่ต้องซื้อ เพื่อนชวนตลอด แต่พอเวลาทานเยอะ ตื่นเช้ามาร่างกายเราเริ่มมีอาการสั่นๆ อาการแบบที่เขาเรียกว่าต้องกินถอนน่ะ แต่พอห่างแอลกอฮอล์ เดี๋ยวนี้อาการนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว”
เมื่อถามว่าทำไมถึงตัดสินใจเลิก เธอตอบว่า
“เพราะเรามีลูก ก็อยากเป็นตัวอย่างให้เขา ยอมรับนะว่ากลัวลูกจะดื่มตาม ที่ผ่านมาจึงจะพยายามไม่ดื่มให้ลูกเห็น
“พอดีมีเพื่อนที่รู้จักอีกกลุ่มเป็นคนชวนเรา เขาไม่ได้พูดว่าให้เราเลิกดื่มนะ แต่เขาจะบอกให้เราลดลงได้ก็ดี เลยตัดสินทดลองดูเมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว”
หลังเว้นระยะการดื่ม ฟีดแบ็คแรกที่เห็นชัดคือ ความรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น จากความรู้สึกที่ได้รับ ทำให้เธอตั้งเป้าอยากหมายอยากอยู่ในตำแหน่งคนหัวใจหินต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งแม้วันนี้อาจยังไม่กล้ารับปากว่าจะเลิก 100% เพราะยังต้องใช้ชีวิตเจอะเจอเพื่อนฝูงเข้าสังคมอยู่บ้างก็ตาม
“เดี๋ยวนี้เวลาขี่รถผ่านร้านของชำที่เพื่อนๆ นั่งดื่มกันประจำ ก็จะพยายามเลี่ยง ถ้าปฏิเสธไม่ได้ เขาส่งแก้วให้ เราก็บอกขอครึ่งเดียวแล้วกันนะ เดี๋ยวเราต้องออกไปนู่นนี่ หรือมีธุระมีงาน ไม่ก็พรุ่งนี้ต้องไปส่งลูกแต่เช้า”
ปีนี้เป็นปีที่สองของการรับตำแหน่ง “คนหัวใจหิน” สำหรับขนิษฐาในส่วนลึกๆ ยอมรับว่ามันคือความภูมิใจเล็กๆ ที่สามารถ “ใจหิน” กับเหล้ามาจนถึงสองปีซ้อน
“ลึกๆ ก็ตั้งใจว่าอยากเลิกตลอด แต่อย่างที่บอกเรายังมีเพื่อน ก็พยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ข้อดีของการเลิกดื่มคือเมื่อก่อนเราใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนไปหาแม่แทน มันทำให้ได้อยู่กับแม่มากขึ้น”
2.
ณัฐวัฒน์ ทองเรืองรักษ์ หนุ่มน้อยวัย 17 ปีจากเมืองตรัง เล่าว่า เริ่มดื่มครั้งแรกตั้งแต่อายุ 15 ซึ่งเขาเอ่ยว่าการดื่มในวัยนี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่คนในพื้นที่ทำกัน เพราะอายุสิบกว่าๆ เด็กๆ ในชุมชนก็มีทั้งดื่มเหล้า ทั้งสูบบุหรี่แล้ว
“ผมเข้าวงการเพราะเพื่อนชักชวน ในครอบครัวก็มีคนดื่ม เขาเลยไม่ได้ห้ามเรามาก แต่เตือนว่าไม่ให้เราดื่มแล้วขับรถเป็นอันตราย ซึ่งเราก็ไม่ทำ”
“แต่เราดื่มแค่งานสังสรรค์ ไม่ได้ดื่มทุกวัน และเราไม่สูบบุหรี่ ตอนแม่มาชวน ผมก็เห็นว่าเป็นแค่ช่วงเข้าพรรษา ก็โอเคอยากลองดูว่าทำได้ไหม ไม่ได้คิดว่าจะมาถึงจุดนี้”
ด้านใยนาถ ทองเรืองรักษ์ ผู้เป็นแม่เล่าถึงแรงจูงใจที่ชักจูงลูกชายให้เข้าสู่โครงการนี้ว่า ที่มาเกิดจากการที่เธอเริ่มเข้าร่วมโครงการนี้เป็นปีแรก เลยมองว่าน่าจะเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน จึงชวนทั้งสามีและลูกงดเหล้าเข้าพรรษา
“เพราะถ้าเราไปชวนคนอื่น เขาจะย้อนเรามาว่าคนที่บ้านยังดื่มอยู่เลย”
จากการเห็นว่าในทุกช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงปิดเทอมพอดี ปกติเด็กๆ จะไปดื่มกันกับเพื่อนๆ
“เราเห็นเขารวมกลุ่มกัน เสาร์อาทิตย์วันเกิด ปีใหม่ สงกรานต์ดื่มหมด บ่อยมากกกกกกกก เลยอยากลองดูว่าถ้าเขาหยุดสามเดือนนี้จะเป็นไงบ้าง ทำได้ไหม เราเลยให้เขาทดลองดูว่าวันเกิดเลี้ยงน้ำอัดลมแทน แต่ตอนนี้เพื่อนก็เลยหันมาไม่ดื่มกันไปด้วย เราชวนน้องเขาเป็นคนแรก ทีนี้พอเลิกดื่มยังได้เพื่อมาทั้งแกงค์เลย 7-8 คน เห็นเขาทำเลยทำตาม”
พองดดื่มได้สามเดือนณัฐวัฒน์เล่าว่า ชีวิตตอนที่ดื่มกับไม่ดื่มนั้นแตกต่างกันมากมายและมีแต่เรื่องดีเข้ามา
“ตอนดื่มเสียทั้งเงินค่าเหล้า เพราะค่าขนมที่แม่ให้เราจะเอาไปซื้อเหล้า ส่วนร่างกายก็ทรุดโทรม เพราะตั้งแต่ดื่มเราก็ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่รู้ตัวเองเลยว่าสุขภาพดีขึ้น ที่สำคัญตอนนี้เขายังสามารถเอาเงินค่าเหล้า ไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ที่อยากได้ให้ตัวเองแทน” เขาเล่าพร้อมหัวเราะ
3.
“สำหรับตัวผมเองมันแตกต่างตั้งแต่เริ่มเข้าโครงการ พอเราหยุดปุ๊บเรื่องสุขภาพดีขึ้น ค่าใช้จ่าย สติสัมปัญชัญญะดี สามารถไปคุยกับชาวบ้านสมาชิกได้เต็มที่ ในฐานะแกนนำ”
จำรัส กลิ่นอุบล ประธานชุมชนลาดพร้าว 45 เล่าถึงจุดเปลี่ยนเส้นทางก้าวสู่ “คนหัวใจเพชร” ว่า
“ผมเข้ามาในฐานะผู้ประสานงาน เรามองว่าต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้ชุมชน เพราะเราทำงานกับเยาวชนในชุมชนมีผู้ติดสุราเรื้อรังค่อนข้างเยอะ เพื่อหาทางแก้ จึงสมัครในเลิกดื่มตั้งแต่นั้นมา”
เขาเป็นนักดื่มมาตั้งแต่อายุสิบกว่าๆ ดื่มสังสรรค์เฮฮาเกือบทุกวัน
“แรกๆ เรายังไม่รู้ว่าสมรรถภาพร่างกายตัวเองก็ค่อยๆ ลดดื่มจนรู้สึกว่าหักดิบได้ตัดสินใจหักดิบ พอมั่นใจว่าไม่มีผลข้างเคียง เริ่มจากเข้าพรรษา เราเริ่มมาทีละขั้นกว่าจะลงตัว
ในด้านการทำงานขับเคลื่อนเรื่องเหล้าในชุมชน เขาเล่าว่าเกิดจากเห็นปัญหาว่าในชุมชนมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหล้าและเสียชีวิตหลายราย
“เราจะยกประเด็นพวกนี้มาคุยกับชาวบ้านรวมถึงปัญหาเยาวชน ชี้ให้ผู้ปกครองเห็นว่าการที่เขาพลาดจากตรงนี้ กลายเป็นทำให้เยาวชนขาดโอกาสการเรียนและขาดโอกาสหลายอย่าง เราได้เปรียบเพราะเราเป็นผู้นำชุมชนเองด้วย สื่อประชาสัมพันธ์เราเลยใช้ได้เต็มที่ ใส่ข้อมูลให้เขาตลอด”
แต่การจะพุ่งประเด็นไปผู้ใหญ่เลยลำบาก เพราะไปเปลี่ยนวิถีชีวิตเขา เลยต้องใช้ลูกหลานเขามาเป็นตัวเชื่อม ให้เห็นว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกหลานเขาต้องพลาดจากการเรียน พลาดอนาคตดีๆ ในหลายเรื่อง
จากนั้นอุบลจึงเริ่มจากพัฒนาเยาวชนเป็นแกนนำ โดยนำเด็กที่มีปัญหาเหล่านี้มาปรับความประพฤติใหม่จนสุดท้ายเขากลายเป็นผู้ที่เชื่อมกระบวนการไปสู่ครอบครัว
“แต่เราเน้นบูรณาการเพราะทำแค่เฉพาะชุมชนเดี่ยว สสส.ทำอย่างเดียว การทำเดี่ยวทำให้ไม่มีใครมาร่วม มันเหมือนการทำงานคนเดียว”
แม้ช่วงแรกๆ ที่ทำโครงการมีการแอนตี้นิดหนึ่ง เพราะชุมชนเป็นชุมชนแออัดที่มีคนดื่มค่อนข้างเยอะ เวลาเชิญชวนมีเสียงสะท้อนแง่ลบค่อนข้างเยอะ แต่หลังคนในชุมชนเห็นกระบวนการ ที่ทำต่อเนื่องและทำได้ดี มีกิจกรรมเยอะมีคนมาร่วมเยอะ วันนี้ชุมชนเริ่มเข้าสู่กระบวนการ ที่คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจและคนหยุดดื่มเยอะ ซึ่งมีทั้งคนใหม่และคนเก่าเข้ามาร่วมโครงการต่อเนื่อง
“คนเก่าเราต้องรักษาคนเก่าที่เขาทำดีอยู่แล้วยังไงให้เขาทำต่อไป เรามีเทคนิคคือดึงให้เขาเป็นคนชวนคนอื่นต่อ ซึ่งเขาก็ต้องทำตัวอย่างให้คนอื่นเห็นก่อน เขาจะไม่กล้ากลับไปดื่ม ผมใช้กระบวนการให้กำลังใจตลอด กับผู้เข้าร่วมโครงการ และประสานหน่วยงานนี้เพื่อเป็นของรางวัลเป็นแรงบันดาลใจ ความภูมิใจให้เขา เวลาเราทำ เราทำเวทีเปิดให้ทุกคนรอบข้างได้เห็นเพื่อให้เขาเกิดความภาคภูมิใจได้เอง”
ปัจจุบันมีคนที่เลิกได้ 50 กว่าคน แต่เข้าร่วมมีเยอะกว่านั้น มีทั้งคนใจหินที่เลิกได้ช่วงเข้าพรรษา ไปจนถึงคนใจเพชรที่เลิกเหล้าตลอดชีวิต หนึ่งในนั้นคือตัวเขา
“อย่างหัวใจหินเราต้องให้กำลังใจเขาเยอะนิดหนึ่ง เพื่อให้กำลังใจเขาเป็นแรงผลักดันไปสู่หัวใจหิน หัวใจเหล็ก และหัวใจเพชร ผมไม่เน้นทำเข้าพรรษาอย่างเดียว เพราะมานั่งคิดว่าทำแค่เข้าพรรษาอย่างเดียวมันไม่ต่อเนื่อง ไม่มีผลกับผู้ที่ดื่มเรื้อรังหรือติดสุรา ผมจึงใช้กระบวนการตรวจสุขภาพค่อยให้เขาลดจะเลิกได้”
ชุมชนเริ่มจากเวทีกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ระดมคนที่สมัครใจเข้ามาประกาศตัวตนเข้าโครงการ
“ทุกวันนี้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะ เมื่อก่อนเดินไปทางไหน ตรงนี้ก็ต้องตั้งวง ตรงนั้นก็ตั้งวง แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีแล้ว เวลาจะดื่มเขาแอบไปดื่มในบ้านแทน เพราะเราใช้มาตรการสังคมบังคับ มีการใช้ พรบ.เข้ามาควบคุมเรื่องเวลาการซื้อขาย การไม่ขายให้เยาวชน
“เคล็ดลับของเราคือ ถ้าเรามีกิจกรรมให้เขาทำต่อเนื่องเขาเพลิดเพลิน เขาจะไม่กลับไปหาตรงนั้น แล้วเราจับจังหวะเวลาให้เป็น ผมเคยดื่ม จะรู้ว่าคนจะดื่มเวลาไหน นั่นแหลคือเวลาที่เราจะจัดกิจกรรม พอเขาเพลิดเพลินลืมตัวก็เลยเวลาไปแล้ว ทีนี้โอกาสจะมาดื่มก็น้อยลง”











