‘อี แจ-มยอง’ หารือ ‘สี จิ้นผิง’ ราบรื่น ขยายความร่วมมือรอบด้าน จีนเรียก 'เพื่อน'

‘อี แจ-มยอง’ หารือ ‘สี จิ้นผิง’ ราบรื่น ขยายความร่วมมือรอบด้าน จีนเรียก 'เพื่อน'

ประธานาธิบดีอี แจ-มยองของเกาหลีใต้ หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อย่างราบรื่น ทั้งสองฝ่ายตกลงขยายความร่วมมือรอบด้าน ด้านปธน.สี เรียกเกาหลีใต้ว่า 'เพื่อน'

ทำเนียบประธานาธิบดี รายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยองของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้พบปะกันเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ทั้งสองได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของการกลับมาเจรจากับเกาหลีเหนือ และเห็นพ้องที่จะพิจารณามาตรการเพื่อสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

ในการประชุมสุดยอด 90 นาที ปธน.อีได้ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทวิภาคีกับจีนในการนำเกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะเจรจา ในช่วงที่เปียงยางแทบไม่ส่งสัญญาณว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมทางการทูต

วี ซอง-ลัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้เน้นย้ำถึงสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีว่าเป็นผลประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ และปธน.อีได้รับการยืนยันจากจีนว่า เต็มใจที่จะมีบทบาท “เชิงสร้างสรรค์” เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

วี เสริมด้วยว่า ปธน.อีและสีจะพิจารณามาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี และยังเห็นพ้องต้องกันในการจัดการประชุมประจำปี ขยายการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานด้านกลาโหม เพื่อ “สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค”

แม้ว่าความพยายามในการสร้างสันติภาพจะเป็นประเด็นสำคัญในวาระการประชุม แต่อีก็หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือโดยตรง เนื่องจากในที่ประชุมเน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่เป็นรูปธรรมมากกว่า

ปธน.เกาหลีใต้กล่าวเปิดงาน “ผมจะร่วมมือกับจีนเพื่อสำรวจทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองและการเติบโต”

หารือน่านน้ำสำคัญ

นอกจากนี้ การประชุมระหว่างสองผู้นำยังได้หารือในประเด็นที่อ่อนไหวต่างๆ ท่ามกลางความกังวลของโซลเกี่ยวกับโครงสร้างเหล็กของปักกิ่งในเขตควบคุมทางทะเลชั่วคราว (PMZ) ที่บริหารจัดการร่วมกันในทะเลเหลือง

วีเผยว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า การเปลี่ยนทะเลเหลืองให้เป็น “ทะเลที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” นั้น มีความสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และตกลงที่จะดำเนินการหารือ “อย่างสร้างสรรค์” ต่อไป แต่เนื่องจากเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศยังไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงที่จะจัดการเจรจาระดับรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวภายในปีนี้

เล็งขยายเข้าถึงคอนเทนต์เกาหลีในจีน

ผู้นำเกาหลีใต้และจีนยังได้หารือเรื่องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลโซลพยายามที่จะขยายการเข้าถึงคอนเทนต์เกาหลีในจีน ซึ่งที่ผ่านมาคอนเทนต์เกาหลีต้องเผชิญกับมาตรการจำกัดอย่างไม่เป็นทางการของปักกิ่ง นับตั้งแต่เกาหลีใต้ติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐในปี 2017

ในการหารือเรื่องนี้ ปธน.อีและสีได้พูดคุยเกี่ยวกับการขยายการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปในด้านต่างๆ เช่น หมากล้อมและฟุตบอล และเห็นพ้องที่จะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการพิจารณาความร่วมมือในด้านละครและภาพยนตร์ด้วย

ผู้นำทั้งสองยังได้ย้ำถึงความจำเป็นในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขความรู้สึกเชิงลบที่มีต่อประเทศของกันและกัน

เกาหลีเคารพ ‘จีนเดียว’

เมื่อสื่อถามว่า จีนต้องการคำชี้แจงเกี่ยวกับจุดยืนของปธน.อีต่อไต้หวันหรือไม่ วีตอบว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยันการให้ความเคารพต่อนโยบาย “จีนเดียว (One China)” และย้ำถึงความจำเป็นในการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีมั่นคง

การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ในครั้งนี้ มีขึ้นเมื่อเกาหลีใต้พยายามจัดการความสัมพันธ์กับจีนให้มั่นคง ซึ่งจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญต่อการค้า การท่องเที่ยวและความพยายามสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ก้ต้องรักษาความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับสหรัฐไว้ภายใต้แนวทางการทูตแบบ “เน้นปฏิบัติจริง” ของเขา

ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างโซลและปักกิ่งตึงเครียดขึ้นภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซ็อกยอล ที่หันไปใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ดี การเยือนจีนครั้งนี้ปธน.อีกล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะยังคงขยายความร่วมมือบน “พื้นฐานที่เท่าเทียมกัน” ในด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการดำรงชีพต่อไป

“ผมจะพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของเรา ให้เป็นกระแสของยุคสมัยที่ไม่ไหลย้อนกลับ” พร้อมแสดงความปรารถนาที่จะทำงานร่วมกับสี จิ้นผิง เพื่อเปิด “ยุคใหม่” ของการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

สี จิ้นผิง เรียกเกาหลีใต้ ‘เพื่อน’

ขณะที่สี จิ้นผิง ก็เห็นพ้องในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นผ่านการสื่อสารที่ใกล้ชิดมากขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

“ทั้งสองประเทศมีหน้าที่สำคัญในการรักษาสันติภาพในภูมิภาคและส่งเสริมการพัฒนาโลก และแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างกว้างขวาง” สี จิ้นผิง กล่าวผ่านล่าม

สีบอกด้วยว่า โซลและปักกิ่ง “ควรยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ และเลือกยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ร่วมกันต่อต้านลัทธิกีดกันทางการค้า ดำเนินการพหุภาคีที่แท้จริง และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมโลกหลายขั้วที่สมดุลและเป็นระเบียบ ตลอดจนโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นสากลและครอบคลุม”

ผู้นำจีนย้ำด้วยว่า การพบกันครั้งที่ 2 ในรอบสองเดือน แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายให้คุณค่ากับความสัมพันธ์นี้มากแค่ไหน และบ่งบอกว่า พวกเขาควรเยี่ยมเยือนกันและกัน และสื่อสารกันมากขึ้น ในฐานะ “เพื่อน”

 

อ้างอิง: Yonhap