เกิดอะไรขึ้นในยุโรป? รัฐสวัสดิการที่คนยกย่องมาตลอดเริ่มแสดงให้เห็นข้อเสีย เมื่อเงินเข้ากระเป๋ารัฐน้อยลง คนทำงานน้อยลง เศรษฐกิจโตไม่ทันเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการกลับพุ่งขึ้น จนทำให้รัฐถังแตก
เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส? และยุโรปที่ขณะนี้มีการประท้วงมากมาย
หากจะตอบอย่างรวดเร็ว กระชับและเข้าใจง่ายที่สุด ในเชิงโครงสร้างยุโรปคือสังคมสวัสดิการ เก็บภาษีหนักเพื่อมาใช้จ่ายในการรันประเทศ โดยเฉพาะด้านสังคม เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง อันเนื่องมาตั้งแต่โควิด ไล่มาจนถึงสงครามในยูเครน และอิหร่านที่ทำให้พลังงานแพง เศรษฐกิจโตไม่เท่าเงินเฟ้อ คนว่างงานเยอะ รวมกับปัญหาการอพยพเข้าเมืองทั้งถูกและผิดกฏหมาย นี่คือองค์ประกอบหลักของปัญหา
แต่แท้จริงแล้ว ในเชิงโครงสร้าง รัฐสวัสดิการที่คนยกย่องมาตลอดเริ่มแสดงให้เห็นข้อเสีย เมื่อเศรษฐกิจโตช้ากว่าค่าครองชีพ ฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันตกคือรัฐสวัสดิการ เก็บภาษีสูงมาก และมีสวัสดิการที่ดี โรงพยาบาลฟรี โรงเรียนฟรี มีวันลาพักร้อนเป็นเดือนๆ เมื่อเกษียณก็มีเงินกินใช้เต็มที่ เวลาตกงานก็มีเงินสำรองเลี้ยงชีพ เรียกได้ว่าดูเสมือนจะเป็นสังคมในอุดมคติ
แต่ในความเป็นจริง เมื่อโครงสร้างประชากรที่คนแก่เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าวัยแรงงาน ทั้งอัตราการเกิดต่ำ ซ้ำร้ายชนชั้นแรงงานหลายคนเลือกที่จะไม่ทำงานเพราะส่วนต่างระหว่างรายได้ขั้นต่ำกับเงินสวัสดิการเมื่อตกงานต่างกันไม่มาก ทำให้ไม่เกิดแรงจูงใจในทางเศรษฐศาสตร์ให้ดิ้นรนหางาน ทั้งตลาดแรงงานยังถูกทดแทนด้วย AI และผู้อพยพที่เข้ามาทั้งถูกและผิดกฎหมาย ทั้งหมดทำให้แรงงานมีมากกว่าอัตรางาน
ขณะที่ค่าใช้จ่ายประจำวันสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากภาวะสงครามอย่างต่อเนื่องหลายปีกับรัสเซีย ที่เป็นแหล่งพลังงานและก๊าซธรรมชาติที่ยุโรปพึ่งพิง และสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ พลังงานแพงทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น ไม่นับรวมพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่สงครามที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ผลิตอาหารของยุโรป
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ และในส่วนที่โตก็กระจุกตัว เพราะความสามารถในการผลิตและค้าขายของยุโรปคงที่ ขณะที่คู่แข่งในโลกในภูมิภาคอื่นอย่างจีนและเวียดนามพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเรื่อยๆ แต่แรงงานมีราคาถูก มีสวัสดิการต่ำกว่ายุโรป ทำให้ต้นทุนต่ำกว่า
ขณะที่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างยังคงที่หรือมากขึ้นกว่าเดิม เพราะคนแก่มากขึ้น งบประมาณที่ต้องใช้เบิกจ่ายเงินเดือนหลังเกษียณเพิ่ม ค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม โรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการก็เก่าไปตามอายุไปตามการใช้งานจำต้องมีงบประมาณมาดูแลรักษาปรับปรุง ข้าราชการเยอะทำให้ระบบราชการอุ้ยอ้ายกินงบประมาณส่วนใหญ่ของรายรับของรัฐ
เมื่อเงินเข้ากระเป๋ารัฐน้อยลง เพราะคนทำงานน้อยลง เศรษฐกิจโตไม่ทันเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการกลับพุ่งขึ้น จึงทำให้รัฐถังแตก ต้องกู้เงินเพื่อมาปรับสมดุลค่าใช้จ่าย ประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราหนี้ต่อ GDP ที่สูงมาก ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตรายหากประเทศใดประเทศหนึ่งล้มละลาย ก็จะกลายเป็นโดมิโน เพราะยุโรปมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน อย่างฝรั่งเศสตอนนี้มีหนี้สูงกว่า GDP ประมาณ 118%
เช่นเดียวกับอิตาลีที่ 138% ขณะสเปนอยู่ที่ 100% ซึ่งที่ผ่านมาสเปนก็ประสบปัญหาในทำนองเดียวกัน และส่งผลให้รัฐบาลต้องยุบสภาและขณะนี้เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง นี่คือต้นตอปัญหาในเชิงโครงสร้างที่แก้ยาก มากกว่ายอดภูเขาน้ำแข็งอย่าง โรงเรียนทรุดโทรมจนนักเรียนต้องเดินประท้วงซึ่งเป็นน้ำผึ้งหยดแรกของเหตุการณ์ประท้วงทั่วฝรั่งเศสในขณะนี้








