ชาวเยเมนอพยพหนีฮูตีผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบไปประเทศจิบูตีในแอฟฟริกา มากถึง 1,400 คน ใน 24 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญคาดตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของจิบูตีเปิดเผยว่า มีผู้คนราว 1,400 คน อพยพจากเยเมนมายังจิบูตี ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะที่กลุ่มนักรบฮูตีกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบบับอัลมันดับ
อิลยาส มูสซา ดาวาเลห์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) ว่า “มีผู้ลี้ภัยจำนวน 1,400 คนเดินทางจากเยเมนมาถึงจิบูตีภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง”
นอกจากนี้ ในอีกโพสต์หนึ่งเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) รัฐมนตรีผู้นี้ระบุว่า มีผู้ลี้ภัย 500 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก เดินทางมาถึงเมืองชายฝั่งโอบ็อก (Obock) หลังจากได้รับการช่วยเหลือกลางทะเล เนื่องจากเรือของพวกเขาเชื้อเพลิงหมดระหว่างการเดินทางข้ามช่องแคบบับอัลมันดับ
ตัวเลขผู้อพยพที่กำลังจะเพิ่มขึ้นนี้ มีขึ้นขณะที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดเมืองท่าโมชาในทะเลแดงเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) และตั้งแต่นั้นมาก็ยึดครองชายฝั่งและเกาะต่างๆ รอบช่องแคบบับอัลมันเดบ การบุกโจมตีอย่างรวดเร็วทำให้หลายพันครอบครัวต้องอพยพหนี และมีรายงานว่าหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกทิ้งร้างในเขตต่างๆ เช่น มาบานาห์ จาบัลฮาบาชี และอัลมาเฟอร์
ซาฟียา อิบราฮิม ผู้ประสานงานด้านการตอบสนองด้านมนุษยธรรมขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิงและเด็ก ได้เดินทางมาถึงชายฝั่งของโอบ็อกแล้ว และคาดว่าจะมีมาอีกมากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ประชาชน 76,000 คนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากการสู้รบในเยเมนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าหลังจากการปะทะกันทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ เมืองโอบ็อก ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเยเมนเพียงประมาณ 20 กิโลเมตรข้ามทะเลมานั้น เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่ต้องการลี้ภัยจากสงครามในเยเมนมาหลายปีแล้ว นอกจากนี้ ช่องแคบบับเอลมันเดบยังเป็นช่องทางที่ผู้อพยพจากแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือใช้เดินทางผ่านเยเมนเพื่อไปยังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ขณะนี้จิบูตีเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยหลายหมื่นคน ตัวเลขจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เมื่อเดือนมีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่ามีประชากรลงทะเบียนลี้ภัยมากกว่า 36,000 คน ส่วนใหญ่มาจากโซมาเลีย เอธิโอเปีย และเยเมน





