กลุ่มนักเก็งกำไรพลิกถือสถานะซื้อสุทธิในสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
KEY POINTS
- กลุ่มนักลงทุนและนักเก็งกำไรพลิกกลับมาถือสถานะซื้อสุทธิ (Net long) ในสกุลเงินเยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการคาดการณ์ของตลาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจเร่งแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงมุมมองดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 152.89 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
- ข้อมูลจาก CFTC ชี้ว่าสถานะการลงทุนพลิกจากขายสุทธิกว่า 92,000 สัญญา มาเป็นซื้อสุทธิ 10,796 สัญญาในสัปดาห์ล่าสุด
กลุ่มนักลงทุนและนักเก็งกำไรพลิกกลับมาถือสถานะซื้อสุทธิ (Net long position) ในสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา สะท้อนแรงส่งเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นต่อสกุลเงินที่เคยเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การพุ่งขึ้นของค่าเงินเยนในเดือนนี้ ได้รับแรงหนุนหลักจากความคาดหวังของตลาดที่ประเมินว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจตัดสินใจเร่งแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ผนวกกับความเป็นไปได้ที่นักลงทุนท้องถิ่นจะมีการดึงเม็ดเงินลงทุนกลับประเทศ
ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นไปแตะระดับ 152.89 เยนต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดของสกุลเงินเยนนับตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.
ทั้งนี้ ข้อมูลสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) จากคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐ (Commodity Futures Trading Commission - CFTC) ที่เผยแพร่เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ระบุว่า ยอดสถานะการลงทุนที่ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ (Non-commercial positions) มีการถือสถานะซื้อสุทธิรวม 10,796 สัญญา ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 8 ก.ย. ซึ่งถือเป็นการพลิกทิศทางอย่างมีนัยสำคัญจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีการถือสถานะขายสุทธิสูงถึง 92,227 สัญญา
สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นการพลิกฟื้นครั้งสำคัญ หลังจากที่ทิศทางของเงินเยนตกอยู่ในภาวะอ่อนค่ามาอย่างยาวนานหลายปี แนวโน้มการอ่อนค่าดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงขึ้นภายหลังการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้มีแนวคิดสนับสนุนการผ่อนคลายทางการคลังเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว รวมถึงความรู้สึกของนักลงทุนที่มองว่า BOJ ดำเนินการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดได้ล่าช้าเกินไป
ผลกระทบจากปัจจัยเหล่านั้นทำให้ค่าเงินเยนเคยร่วงลงไประดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษ อยู่ที่ 163.99 เยนต่อดอลลาร์ เมื่อช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ทางการโตเกียวและสหรัฐจะต้องตัดสินใจร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อพยุงเสถียรภาพของค่าเงินเอาไว้ในที่สุด




