วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2569

Login
Login

‘คเณศจตุรถี’ เทศกาลแห่งศรัทธาจากอินเดียสู่ไทย | World Wide View

ใกล้ถึงวันเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ “คเณศจตุรถี” 14 ก.ย. นี้ เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลสำหรับผู้ที่ต้องการขอพร แต่เป็นช่วงเวลาที่ศรัทธา ศิลปะ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมาบรรจบกัน

กลางเดือนกันยายนของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ชาวฮินดูทั่วโลก โดยเฉพาะในอินเดีย จะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ “คเณศจตุรถี” (Ganesh Chaturthi) เพื่อถวายความเคารพแด่พระพิฆเนศ หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า “Lord Ganesha” หรือ “Lord Ganesh” เทพผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพแห่งปัญญา ความรู้ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ และผู้ขจัดอุปสรรค

สำหรับปีนี้ วันคเณศจตุรถีตรงกับ 14 กันยายน โดยในหลายพื้นที่ของอินเดีย การเฉลิมฉลองจะดำเนินต่อเนื่องประมาณ 10 วัน ก่อนสิ้นสุดในวันอนันตจตุรทศี (Anant Chaturdashi) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 กันยายน แต่ระยะเวลาของเทศกาลอาจแตกต่างกันไปตามประเพณีและขนบธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่นทั้งในอินเดีย และคนฮินดูที่อาศัยอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

เหตุใดคเณศจตุรถีจึงมีความสำคัญกว่าการบูชาพระพิฆเนศในวันปกติ?

ตามความเชื่อของผู้ศรัทธา เทศกาลนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่พระพิฆเนศเสด็จมายังโลกมนุษย์เพื่อประทับอยู่กับผู้ศรัทธาในช่วงเวลาหนึ่ง จึงเกิดธรรมเนียมการอัญเชิญเทวรูปพระพิฆเนศเข้ามาประดิษฐานในบ้าน วัด หรือสถานที่สาธารณะ เพื่อประกอบพิธีบูชาและเฉลิมฉลองร่วมกัน

ผู้ศรัทธาจำนวนมากถือว่าช่วงเทศกาลนี้เป็นโอกาสอันเป็นมงคลสำหรับการสวดมนต์ ขอพร ขจัดอุปสรรค และตั้งเจตนาเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ และยังเป็นช่วงเวลาของครอบครัว ญาติมิตร และชุมชนในอินเดีย ผู้คนร่วมกันจัดพื้นที่บูชา ประดับตกแต่ง ร้องเพลง สวดมนต์ และจัดกิจกรรมสาธารณะ ทำให้เทศกาลคเณศจตุรถีได้กลายเป็นทั้งเทศกาลทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชน 

หนึ่งในภาพที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของเทศกาลนี้คือการเฉลิมฉลองในเมืองมุมไบ เมืองหลวงของรัฐมหาราษฏระ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญหนึ่งของการเฉลิมฉลองคเณศจตุรถี ผู้คนในมุมไบจะออกมาร่วมสักการะพระพิฆเนศตามสถานที่ประดิษฐานเทวรูปขนาดใหญ่ ถนนหลายสายของมุมไบจะเต็มไปด้วยผู้ศรัทธาพร้อมเสียงสวด “Ganpati Bappa Morya” คล้องไปกับจังหวะดนตรี และขบวนแห่เทวรูปพระพิฆเนศ  

ความศรัทธาต่อพระพิฆเนศไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะชาวอินเดียเท่านั้น ในช่วงเทศกาลนี้ คนไทยที่มีความศรัทธา รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่สนใจในวัฒนธรรมและศาสนาฮินดู ตลอดจนบุคคลในวงการบันเทิงไทย ก็นิยมเดินทางไปยังมุมไบ เพื่อร่วมสักการะและสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลนี้ด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคเณศจตุรถีได้ก้าวข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรม และกลายเป็นเทศกาลที่ผู้คนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้นและพร้อมเดินทางไปอินเดียเพื่อร่วมงานเทศกาลยิ่งใหญ่นี้

สำหรับผู้ที่จัดพิธีบูชาที่บ้าน วันที่ 14 กันยายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเทศกาล สามารถถือเป็นวันสำคัญสำหรับการอัญเชิญและสักการะพระพิฆเนศ โดยแต่ละครอบครัวหรือชุมชนอาจมีรูปแบบพิธีแตกต่างกันไปตามประเพณีและสายปฏิบัติ ส่วนในช่วงวันที่ 15–24 กันยายน ไม่จำเป็นต้องจัดพิธีใหญ่ทุกวัน ผู้ศรัทธาสามารถสักการะอย่างเรียบง่าย เช่น ถวายน้ำสะอาด ดอกไม้ หรือผลไม้ และสวดมนต์ตามธรรมเนียมที่ตนนับถือ

ในวันที่ 25 กันยายน เมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง จะมีการประกอบพิธี “วิสรชัน” (Visarjan) ซึ่งเป็นการอัญเชิญเทวรูปพระพิฆเนศลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสด็จพระองค์กลับคืนสู่เทวโลกตามความเชื่อ และการยอมรับว่าสรรพสิ่งล้วนมีวัฏจักรของการมาและการจากไป วันสุดท้ายของเทศกาลนี้ในอินเดียเต็มไปด้วยผู้คน ขบวนแห่ เสียงดนตรี เสียงกลอง และเสียงบทสวด “Ganpati Bappa Morya” เต็มไปทั่วท้องถนน เพื่ออัญเชิญเทวรูปไปประกอบพิธีวิสรชัน  

หลายคนน่าจะเห็นภาพความสำคัญของเทศกาลคเณศจตุรถี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลสำหรับผู้ที่ต้องการขอพร แต่เป็นช่วงเวลาที่ศรัทธา ศิลปะ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมาบรรจบกัน และหากมองให้ลึกไปกว่าองค์พระพิฆเนศที่ประดิษฐานอยู่ตรงหน้า จะพบว่ารูปลักษณ์ของพระองค์เองก็เต็มไปด้วยความหมาย ตั้งแต่ เศียรช้าง หูขนาดใหญ่ ไปจนถึงงาที่หักหนึ่งข้าง เหตุใดเทพแห่งปัญญาจึงมีเศียรเป็นช้าง? ทำไมพระกรรณจึงใหญ่กว่าปาก? และงาที่หักหนึ่งข้างมีความหมายอย่างไร? คำถามเหล่านี้จะพาเราไปทำความรู้จักพระพิฆเนศในอีกมิติหนึ่ง เพราะเบื้องหลังการสักการะเพื่อ “ความสำเร็จ” ยังมีบทเรียนเรื่อง ปัญญา การฟัง ความอดทน และการรู้จักปล่อยวาง ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ติดตามตอนที่ 2 : “พระพิฆเนศ เทพเศียรช้าง หูใหญ่ งาหัก กับความหมายที่มากกว่าการขอพร”