วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'นายกฯ อันวาร์' เผย 'เมียนมา' ยินดีรับโรฮิงญา 5,000 จากมาเลเซีย

นายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย เผย "ประเทศเมียนมา" ยินดีรับชาวโรฮิงญา 5,000 จากมาเลเซีย หลังเกิดความคึงเครียดระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับผู้ขอลี้ภัย

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยว่า เมียนมาตกลงรับผู้ลี้ภัยชาวโรงฮิงญา 5,000 คนจากมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้เกิดความตึงเครียดระหว่างกลุ่มผู้ลี้ภัยและชุมชนท้องถิ่น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในการปราศรัยหาเสียงเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งระดับภูมิภาคในรัฐเนเกรีเซมบิลันที่จะจัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ อันวาร์กล่าวว่า ความสัมพันธ์ที่ดีกับเมียนมาทำให้ทั้งสองประเทศสามารถเจรจาในประเด็นนี้ได้

“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเมียนมา ตอนนี้พวกเขายินยอมที่จะรับชาวโรฮิงญา 5,000 คนจากมาเลเซียแล้ว” นายกฯ มาเลเซียกล่าว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ประเทศมาเลเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยสำหรับชาวโรฮิงยาที่หนีการกดขี่ข่มเหงในประเทศเมียนมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยมีชาวโรฮิงญาประมาณ 126,000 คนลงทะเบียนกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในมาเลเซีย ในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่โรฮิงญาถูกปฏิเสธสิทธิการเป็นพลเมืองในเมียนมา ทำให้พวกเขาลายเป็นประชากรไร้สัญชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตามรายงานของสหประชาชาติ

ด้านสำนักประธานาธิบดีเมียนมายังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับแถลงของอันวาร์ในทันทีที่รอยเตอร์ติดต่อไป

ส่วนสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาร์ลัมเปอร์ยังไม่ตอบกลับคำขอความเห็นในวันพฤหัสบดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธ หน่วยงานผู้ลี้ภัยยูเอ็นได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า หน่วยงานให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับมาเลเซียอย่างเต็มที่ หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศเรียกร้องให้มีการทบทวนการดำเนินงานของยูเอ็น หากไม่กำหนดมาตรการควบคุมการออกเอกสารผู้ลี้ภัยที่เข้มงวดมากขึ้น

ชุมชนท้องถิ่นขับไล่โรฮิงญา

ในสัปดาห์นี้ ทางการมาเลเซียได้ควบคุมตัวผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญามากกว่า 100 คน ที่มารวมตัวกันหน้าสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ก่อนจะปล่อยตัวพวกเขาในอีกไม่กี่วันต่อมา หลังจากตรวจสอบเอกสารแล้ว

ตำรวจระบุว่า ผู้ลี้ภัยทุกคนมีเอกสาร UNHCR ที่ถูกต้อง และได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของสหประชาชาติ หลังจากอ้างว่าถูกชาวบ้านในรัฐปีนังทางตอนเหนือขับไล่ออกจากบ้าน

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในมาเลเซียต้องเผชิญกับการคุกคามและการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการปิดโรงเรียนในชุมชน หลังจากตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มที่ใช้พูดแสดงความเกลียดชังและข้อมูลเท็จทางออนไลน์

มาเลเซียซึ่งไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัย และถือว่าผู้ขอลี้ภัยเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย ได้ขอให้สำนักงาน UNHCR ระงับการลงทะเบียนผู้ลี้ภัยรายใหม่ในประเทศเป็นการชั่วคราวเมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ในขณะที่มาเลเซียกำลังสร้างระบบภายในประเทศเพื่อบริหารจัดการผู้ขอลี้ภัย

ในปี 2021 มาเลเซียเคยเนรเทศชาวเมียนมามากกว่า 1,000 คนทางเรือ แม้จะมีคำสั่งศาลให้ระงับการดำเนินการดังกล่าว และกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าการส่งตัวกลับประเทศครั้งนั้น รวมผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนกับ UNHCR แล้วด้วย