วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

ตลาดรถยนต์ ‘อิหร่าน’ ราคาพุ่งสูงสุด 130% เหตุสงครามซ้ำเติมระบบทุจริต ชนชั้นกลางยังเอื้อมไม่ถึง

ชาวอิหร่านกำลังเผชิญภาวะราคารถยนต์ที่พุ่งสูงขึ้น จากมาตรการคว่ำบาตรและปิดล้อมทางเศรษฐกิจ จนรถยนต์กลายเป็นสินค้าที่แม้แต่ชนชั้นกลางก็ยังแทบไม่มีสิทธิครอบครอง

KEY POINTS

  • สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ได้ทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ของอิหร่าน ส่งผลให้ราคารถยนต์พุ่งสูงขึ้น 40-130% จนชนชั้นกลางไม่สามารถซื้อได้
  • วิกฤตการณ์รุนแรงขึ้นจากปัญหาการผูกขาดโดยรัฐ การจำกัดการนำเข้า และกำแพงภาษีที่สูงถึง 200% ซึ่งถูกมองว่ามีลักษณะคล้ายระบบมาเฟียที่บังคับให้ประชาชนซื้อรถคุณภาพต่ำในราคาแพงเกินจริง
  • การผลิตรถยนต์ในประเทศลดลงอย่างมาก ขณะที่การนำเข้าถูกจำกัด ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน นอกจากนี้รถยนต์ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยต่ำเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวนมาก และมีค่าบำรุงรักษาสูง
  • ราคารถยนต์ในอิหร่านสูงกว่าตลาดโลกหลายเท่าตัว เช่น Toyota Land Cruiser มีราคาสูงกว่าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถึง 3 เท่า ทำให้รถยนต์ใหม่กลายเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ชาวอิหร่านกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและภาวะราคารถยนต์ที่พุ่งสูงขึ้น หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามมาด้วยมาตรการคว่ำบาตรและปิดล้อมทางเศรษฐกิจที่ทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอย่างหนัก จนรถยนต์กลายเป็นสินค้าที่แม้แต่คนชนชั้นกลางที่ได้รับการขึ้นเงินเดือนก็ยังแทบไม่มีสิทธิครอบครอง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ต้นตอของปัญหาตลาดยานยนต์อิหร่านล่มสลายมาจากปัจจัยซ้ำซ้อน ทั้งการที่ธุรกิจเชื่อมโยงกับรัฐได้รับการคุ้มครอง การผูกขาด การโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ และการจำกัดการนำเข้า นอกจากนี้ ความเสียหายจากสงคราม รวมถึงการที่สหรัฐและอิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานเหล็กยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เดิม ขณะที่การปิดล้อมทางทะเล บริเวณท่าเรือทางตอนใต้ของประเทศ ยังสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าจากตลาดเพื่อนบ้านยอดนิยมอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศแทบไม่มีแรงจูงใจที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้าเลย

นอกจากภาระต้นทุนจากสงครามแล้ว ผู้บริโภคยังต้องแบกรับค่าธรรมเนียมจากรัฐ และส่วนต่างกำไรจากพ่อค้าคนกลางที่ไม่แน่นอน โดยสมาชิกรัฐสภาอิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยว่า ประชาชนถูกบังคับให้ซื้อรถยนต์คุณภาพต่ำในราคาที่ควรจะถูกกว่านี้ถึง 4 เท่าในตลาดโลก ซึ่งสื่อของรัฐและเจ้าหน้าที่หลายรายต่างชี้เบาะแสตรงกันว่า นี่คือร่องรอยของระบบมาเฟียที่มีกลไกคล้ายคลึงกับองค์กรอาชญากรรม

ข้อมูลล่าสุดจากสื่อของรัฐระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 อิหร่านผลิตหรือประกอบรถยนต์ได้เพียง 233,000 คัน ลดลงจาก 366,000 คันในปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดนำเข้ามีเพียงราว 25,000 คันเท่านั้น เนื่องจากมีเพียงบริษัทหรือคนกลางไม่กี่รายที่ได้รับอนุญาต โดยมีภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ดันให้ราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้นถึง 200% ขณะรัฐบาลและรัฐสภายังไม่สามารถตกลงเรื่องการลดกำแพงภาษีได้

ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ราคารถยนต์ในประเทศพุ่งขึ้นถึง 40-80% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยรถบางรุ่นมีราคาแพงขึ้นกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันยายน 2025 ช่องว่างราคานี้ยิ่งเห็นชัดเจนในกลุ่มรถยนต์ระดับไฮเอนด์ เช่น Toyota Land Cruiser VXR รุ่นปี 2026 มีราคาพุ่งสูงถึงประมาณ 287,000 ดอลลาร์ในอิหร่าน ขณะที่ใน UAE ขายเพียง 86,000 ดอลลาร์ เช่นเดียวกับรถ SUV ของจีนอย่าง Exeed VX ที่ในประเทศจีนขายราว 32,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อนำเข้ามาประกอบและเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่ในอิหร่าน กลับมีราคาสูงถึง 53,000 ดอลลาร์

ด้านต้นทุนการบำรุงรักษาก็พุ่งแซงการเติบโตของรายได้ โดยราคาอะไหล่ที่ผลิตในประเทศ เช่น ยาง น้ำมันเครื่อง และผ้าเบรก ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ซ้ำร้ายรถยนต์ในประเทศยังมีมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากกว่า 20,000 รายต่อปี ซึ่งสูงกว่าตัวเลขของสหภาพยุโรปทั้งภูมิภาคที่มีประชากรมากกว่าอิหร่านถึง 5 เท่า รวมทั้งยังมีปัญหาน้ำมันที่สร้างมลพิษทางอากาศและเพิ่มภาระค่าเชื้อเพลิงให้ประชาชน

ภาพสะท้อนของตลาดรถยนต์นี้ ปรากฏชัดในงานจัดแสดงรถยนต์นานาชาติที่กรุงเตหะรานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยรถยนต์สัญชาติจีนที่เข้ามาตีตลาดผ่านระบบแลกเปลี่ยนน้ำมันของรัฐบาล แต่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าท้องถิ่นหลายรายกลับขาดหายไป เนื่องจากไม่มีสินค้าหรือต้องการหลบหน้าลูกค้าที่สั่งจองไว้แต่ยังไม่ได้รับรถ แม้แต่รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รุ่นที่ถูกที่สุดในงานอย่าง XPENG G9 ของจีน ซึ่งมีราคาประมาณ 52,150 ดอลลาร์นั้น ผู้ที่รับค่าแรงขั้นต่ำก็ยังต้องใช้เวลาเก็บเงินถึง 50 ปี ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากที่มาต่อคิวเข้าชมงาน ทำได้เพียงแค่ยืนถ่ายรูปกับรถยนต์ที่ถูกล็อกประตูไว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่า ตราบใดที่วิกฤติเศรษฐกิจยังไม่คลี่คลาย รถยนต์ใหม่จะยังคงเป็นเพียงความฝันที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับชาวอิหร่านส่วนใหญ่ต่อไป