ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวสูงระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ผู้ค้าเฝ้าระวังความเสี่ยงอุปทานในตะวันออกกลางและจับตาฟื้นช่องทางการทูตเพื่อยุติสงครามอิหร่าน สหรัฐ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันทรงตัวเนื่องจากเทรดเดอร์เฝ้าติดตามความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามทางการทูตที่เข้มข้นขึ้นเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซื้อขายอยู่ที่ระดับเกือบ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์ (21 ก.ย. 69) หลังจากลดลงต่อเนื่อง 3 วัน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศเตือนภัยการโจมตีทางอากาศในกรุงริยาด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเมืองหลวงตั้งแต่ช่วงพีคของสงครามสหรัฐ-อิหร่านในเดือนมีนาคมและเมษายน รวมถึงมีการเตือนภัยในศูนย์กลางแถบทะเลแดงรวมถึงยันบู (Yanbu) โดยซาอุดีอาระเบียต้องเผชิญกับการขู่คุกคามจากกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์ นิวส์ ว่า เขาอาจจะเปิดรับการพบปะกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ ผู้นำสหรัฐ ยังมีกำหนดการจัดประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และอาจพบปะกับกลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียด้วยเช่นกัน
นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะฮ์มาน อาล ษานี (Sheikh Mohammed bin Abdulrahman Al-Thani) กล่าวว่ามีการส่งผ่านข้อความระหว่างทั้งสองฝ่าย ประเทศของเขา ซึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากเตหะราน เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าว เป็นหนึ่งในคนกลางไกล่เกลี่ยหลักในความขัดแย้งนี้
ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากสงครามได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลก พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ (Brad Cooper) ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) กล่าวเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ว่า ปริมาณการไหลของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบดังกล่าวกำลังอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน
ผู้ค้ากำลังเฝ้ารอสัญญาณเพิ่มเติมว่าริยาดมีความก้าวหน้าในการฟื้นฟูการดำเนินงานของท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก (East-West pipeline) ซึ่งเป็นท่อส่งที่ตัดผ่านประเทศไปยังทะเลแดงที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อต้นเดือนนี้ ทั้งนี้ บริษัท Saudi Aramco ได้แจ้งลูกค้าโรงกลั่นในยุโรปว่าจะไม่มีการจัดสรรน้ำมันดิบให้ในเดือนหน้าภายใต้ข้อตกลงระยะยาวหลังจากเกิดการหยุดชะงัก
นอกเหนือจากตะวันออกกลาง โรงกลั่นน้ำมันมอสโก (Moscow Oil Refinery) ถูกโจมตีระหว่างการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีระลอกใหญ่ที่สุดข้ามคืนของยูเครนในปีนี้ โดยเคียฟได้ระดมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของมอสโกเพื่อสร้างความกดดันซึ่งทำให้ตลาดยิ่งตึงตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในตะวันออกกลางและยุโรปได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขามินเนอาโพลิส นีล คาชการี (Neel Kashkari) กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงเกินไป และแรงกดดันได้ขยายวงกว้างเกินกว่าแค่ผลกระทบจากราคาน้ำมัน
- อัปเดตราคาเช้าวันจันทร์ (21 ก.ย.69)
น้ำมันดิบ Brent สำหรับส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 0.1% อยู่ที่ 103.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 06:46 น. ที่สิงคโปร์
น้ำมันดิบ WTI สำหรับส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 0.3% อยู่ที่ 99.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
-





