องค์การอนามัยโลก แนะนำการรักษาเชิงทดลองสามวิธีมาใช้กับอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียวที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.69) แนะนำให้ใช้การรักษาแบบทดลอง 3 วิธี ได้แก่ MBP134 ของ Mapp Biopharmaceutical, มาฟติวิแมบของ Regeneron และยาต้านไวรัสเรมดิซิเวียร์ของ Gilead Sciences ในขณะที่ดับเบิลยูเอชโอ และผู้เชี่ยวชาญภายนอกกำลังเร่งหายา และวิธีการรักษาอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูเกียว ที่กำลังระบาดต่อเนื่องในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ซี) และมีรายงานผู้ติดเชื้อในยูกันดา ด้วย ปัจจุบันไวรัสสายพันธ์ุนี้ ยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติหรือการรักษาเฉพาะ
บริษัท Regeneron แถลงว่า ขณะนี้ มาฟติวิแมบอยู่ในดีอาร์ซีแล้ว หากดับเบิลยูเอชโอประสงค์นำไปใช้รักษาในทันทีหรือใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมของการศึกษา
ส่วนการป้องกัน ยาโอเบลดีซิเวียร์ ซึ่งเป็นยารับประทานที่ Gilead ยังอยู่ระหว่างการทดลอง ได้รับคำแนะนำให้ใช้สำหรับผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว แต่ประสิทธิผลของยาขึ้นอยู่กับการตามรอยโรคว่าทำได้ดีแค่ไหน
ในบรรดาวัคซีน rVSV Bundibugyo วัคซีนเข็มเดียวพัฒนาโดย International AIDS Vaccine Initiative ได้รับการพิจารณาว่ามีความหวังมากที่สุด แต่ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า ยังไม่น่าพร้อมทดสอบภายใน 7-9 เดือนข้างหน้า
วัคซีนที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวคือ ChAdOx1 Bundibugyo พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และสถาบันเซรัมอินเดีย อาจพร้อมทดสอบได้ภายในสองถึงสามเดือน แม้ยังต้องรอข้อมูลทดสอบในสัตว์เพิ่มเติม
นอกจากนี้ดับเบิลยูเอชโอกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้วัคซีน Ervebo ของ Merck วัคซีนอีโบลา ตัวเดียวที่มีใบรับรอง แต่ไม่ควรนำไปใช้นอกสภาพแวดล้อมการวิจัย เนื่องจากมีหลักฐานว่ายังปกป้องไวรัสบุนดีบูเกียวได้จำกัด และไม่สามารถสรุปผลได้
เหล่าที่ปรึกษาของดับเบิลยูเอชโอยังแนะนำให้ประเมินวิธีการผสมผสาน ใช้โมโนโคลนอลแอนติบอดีร่วมกับเรมดิซิเวียร์
ดับเบิลยูเอชโอ แถลงด้วยว่า ขณะนี้กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานในคองโก ยูกันดา และหุ้นส่วนต่างๆ รวมถึงศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคแอฟริกา เพื่อออกแบบ และทดลองทางคลินิกภายใต้มาตรฐานจริยธรรมอันเข้มงวด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





