กรมควบคุมโรคเตือนฝ่าฝืนมาตรการกักตัวสกัดอีโบลาเข้าไทย มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ เผยคนจาก 2 ประเทศเขตโรคติดต่ออันตรายเข้าไทย 53 คน ยังไม่มีป่วย
จากที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ยกระดับมาตรการสำหรับผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากหรือผ่านประเทศที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณี โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ทั้ง 2 ประเทศ โดยปรับแนวทางเพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อนำไปดำเนินการ จาก “คุมไว้สังเกต” เป็นการแยกกักหรือกักกันผู้เดินทางเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน ดังนี้
1) กรณีไม่มีอาการ ให้ “กักกัน” (Quarantine) ณ สถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด
2) กรณีมีอาการ ให้ “แยกกัก” (Isolation) ณ สถานพยาบาลของรัฐที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด พร้อมทั้งเห็นชอบให้เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดให้ผู้เดินทางที่มาจากหรือผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก(ดีอาร์คองโก)และสาธารณรัฐยูกันดา เดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว และให้กรมควบคุมโรคจัดเตรียมความพร้อมสถานที่กักกัน สำหรับผู้เดินทางที่เข้ามาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ว่า แม้ประเทศไทยจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงสูงและมีระยะฟักตัวนานถึง 21 วัน กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ประกาศให้ทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพื่อดำเนินมาตรการสกัดกั้นโรคอย่างเข้มงวด รวมถึงมีการยกระดับมาตรการในผู้ที่เดินทางจากดีอาร์คองโกและยูกันดา และกรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินมาตรการที่เหมาะสมเป็นระยะ
สำหรับผู้เดินทางที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีบทกำหนดโทษที่สำคัญ เช่น กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ที่สั่งให้แยกกักหรือกักกัน ตามมาตรา 34 (1) มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท (ตามมาตรา 51) กรณีฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สั่งห้ามไม่ให้ออกจากสถานที่แยกกักหรือกักกัน ตามมาตรา 34 (7) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 52)
“ขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคนให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการเฝ้าระวังของประเทศไทยที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ และห้องปฏิบัติการระดับสูง” นพ.มณเฑียร กล่าว
นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ค.2569 มีผู้เดินทางจาก 2 ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของอีโบลา เข้ามาประเทศไทยรวม 53 ราย มาจาก ดีอาร์คองโก 12 ราย และจากยูกันดา 41 ราย ตัวเลขที่ระบุว่าเดินทางเข้ามา 100 คน คือ ยอดที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ทำเรื่องออกจาก 2 ประเทศต้นทางเดินทางออกมา แต่เข้าไทยแค่ 53 ส่วนที่เหลือเป็นการเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น
" 53 รายเป็นบุคคลจาก 16 สัญชาติ เช่นจีน อเมริกา เวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย เกาหลี เป็นต้น โดยพบว่าผู้เดินทางส่วนใหญ่มาประเทศไทย เพื่อมาเที่ยวและรอเดินทางต่อไปไปยังประเทศอื่นๆ ขณะนี้ทั้งหมดไม่มีอาการใดๆ ยังอยู่ในมาตรการกักกันป้องกันโรค” นพ.เอนกกล่าว

