“กมธ.สธ.” เรียก “กรมควบคุมโรค-WHO-ตม.“ รายงานการรับมือ ไวรัสฮันตา-อีโบลา ยกระดับคุมเข้มหน้าด่านขั้นไม่พบคนไทยป่วย ด้าน “สกลธี”เตรียมผลักดันงบประมาณ-ค่าเสี่ยงภัย
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีราชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฐานะประธานกมธ. ได้พิจารณาต่อกรณีสถานการณ์และมาตรการรับมือโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาและอีโบลา โดยเชิญ นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ดร.ริชชาร์ด บราวน์ ตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) เข้าชี้แจง
โดยนพ.วิชาญ รายงานต่อที่ประชุมว่า สำหรับไวรัสฮันตา มีความเสี่ยงระบาดต่ำ แต่อีโบลานั้น กำลังเผชิญกับสายพันธุ์ใหม่ที่มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่ได้ยกระดับคุมเข้มหน้าด่านอย่างสูงสุด โดยผู้ที่มีความเสี่ยงจะถูกส่งเข้าศูนย์กักกันทันที ทั้งนี้ ทางกรมฯ พบอุปสรรคสำคัญคือ ผู้เดินทางเข้าประเทศมีการย้ายโรงแรมที่พักด้วยตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาติดตามตัวพอสมควร จึงขอฝากให้ กมธ.ฯช่วยสนับสนุนเรื่องงบประมาณ และเพิ่มความชัดเจนเรื่องค่าตอบแทนความเสี่ยงของบุคลากรด่านหน้าด้วย
ขณะที่ ดร.ริชชาร์ด ชี้แจงว่าโรคอีโบลามีระยะฟักตัวสั้นกว่าไวรัสฮันตา ที่อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ตรวจพบได้เร็วกว่า ทั้งนี้ขอชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตามได้เสนอแนะให้ไทยลงทุนระบบรับมือโรคระบาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอนาคต เนื่องจากอาจมีความถี่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ต้องรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อการค้ามากเกินไป
ขณะที่ พล.ต.ต.พันธนะ รายงานว่าทางหน่วยงาน มีมาตรการปฏิบัติที่รัดกุมและเฝ้าระวังผู้เดินทางอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีบุคคลที่อยู่ในการจับตาเฝ้าระวังจำนวน 1 ราย ซึ่งอยู่ในการดูแลควบคุมแล้ว ที่สถาบันบำราศนราดูร
ทั้งนี้ที่ประชุมได้ซักถามต่อการปรับลดวันกักตัวจาก 21 วัน โดยพล.ต.ต. พันธนะ ชี้แจงว่าอาจมีการนำข้อมูลทางวิชาการและบริบทสังคมมาพิจารณาปรับรูปแบบใหม่
จากนั้น นายสกลธี กล่าวว่า ทางกมธ.ฯ มีความอุ่นใจที่ได้เห็นมาตรการป้องกันที่รัดกุมของทุกหน่วยงาน และจะนำประเด็นเรื่องงบประมาณ รวมถึงค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการผลักดันต่อ

