นักวิเคราะห์มองจีนไม่น่า'โจมตีไต้หวัน'เลียนแบบ‘สหรัฐ’

นักวิเคราะห์มอง การที่สหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา จะทำให้จีนรุกอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนต่างๆ มากขึ้น เช่น ทะเลจีนใต้ แต่ไม่น่าถึงขั้นรุกรานไต้หวัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ที่มองว่า การพิจารณาเรื่องไต้หวันและกรอบเวลาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นคนละเรื่องกับสถานการณ์ในลาตินอเมริกา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในจีนมากกว่าการกระทำของสหรัฐ
แต่การโจมตีอุกอาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) จับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร จะเปิดโอกาสอันไม่คาดคิดให้รัฐบาลปักกิ่งวิจารณ์วอชิงตันหนักข้อขึ้น และเพิ่มบทบาทของตนเองในเวทีระหว่างประเทศ
ในระยะยาว ปักกิ่งอาจใช้การเคลื่อนไหวของทรัมป์เป็นข้ออ้างในการปกป้องจุดยืนของตนต่อสหรัฐในประเด็นดินแดนต่างๆ รวมถึงไต้หวัน ทิเบต และหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้
- จีนโต้กลับด้วยเหตุผลง่ายๆ
“วอชิงตันเคยโต้แย้งมาตลอดว่า การกระทำของจีนละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ตอนนี้พวกเขาทำเสียเอง” วิลเลียม หยาง นักวิเคราะห์จากอินเตอร์เนชันแนลไครสิสกรุ๊ป องค์กรพัฒนาเอกชนในกรุงบรัสเซลส์กล่าวกับรอยเตอร์
“เป็นการสร้างโอกาสมากมายมหาศาลด้วยเหตุผลง่ายๆ ให้จีนโต้กลับสหรัฐได้ในอนาคต”
จีนอ้างว่าไต้หวันซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นมณฑลหนึ่งของตน ซึ่งเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธ อีกทั้งจีนยังอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมดขัดแย้งกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้เช่นกัน
รอยเตอร์ขอความเห็นไปยังกระทรวงการต่างประเทศจีน สำนักงานกิจการไต้หวัน และสำนักประธานาธิบดีไต้หวัน ยังติดต่อไม่ได้
ปักกิ่งประณามการโจมตีเวเนซุเอลาของทรัมป์ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศคุกคามสันติภาพและความมั่นคงในลาตินอเมริกา ปักกิ่งเรียกร้องให้สหรัฐปล่อยตัวมาดูโรและภรรยา ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในนิวยอร์กเพื่อรอการพิจารณาคดี
ตามภาพที่มาดูโรโพสต์บนอินสตาแกรม ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถูกจับตัวเขาเพิ่งพบกับผู้แทนระดับสูงของจีนในกรุงการากัส รวมทั้งนายชิว เสี่ยวฉี ผู้แทนพิเศษว่าด้วยกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียน กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ตอบคำถามรอยเตอร์ว่าคณะตัวแทนเหล่านี้อยู่ที่ใด
เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนเรียกการโจมตีของสหรัฐว่า “พฤติกรรมครอบงำโจ่งแจ้ง”
“การรุกรานของสหรัฐทำให้ทุกคนเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าสิ่งที่สหรัฐเรียกว่า ‘ระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกฎหมาย’ นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง ‘ระเบียบที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ของสหรัฐ’ เท่านั้น” ซินหัวรายงาน
- ‘จีนไม่ใช่สหรัฐอเมริกา ไต้หวันไม่ใช่เวเนซุเอลา’
ขณะนี้ไต้หวันเจอแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นจากปักกิ่ง สัปดาห์ที่แล้ว จีนซ้อมรบครั้งใหญ่สุดปิดล้อมเกาะไต้หวันเพื่อแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของปักกิ่งในการตัดขาดเกาะไต้หวันไม่ให้ได้รับการสนับสนุนจากภายนอกในกรณีเกิดความขัดแย้ง
แต่นักวิเคราะห์ไม่คาดว่า จีนจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์เวเนซุเอลาขยายวงความขัดแย้งเป็นการโจมตีไต้หวันในเร็วๆ นี้
“การยึดครองไต้หวันขึ้นอยู่กับการพัฒนาของจีนซึ่งยังคงมีขีดความสามารถไม่มากพอ มากกว่าการกระทำของทรัมป์ในทวีปอันห่างไกล” ชี ยินฮง อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเหรินหมินในกรุงปักกิ่งกล่าว
ด้านนีล โทมัสนักวิจัยด้านการเมืองจีนจากสมาคมเอเชีย กล่าวว่า จีนมองไต้หวันเป็นเรื่องภายในประเทศ จึงไม่น่าจะอ้างการกระทำของสหรัฐต่อเวเนซุเอลาเป็นแบบอย่างสำหรับการโจมตีทางทหารข้ามช่องแคบไต้หวัน
“ปักกิ่งต้องการสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนกับวอชิงตัน เพื่อประกาศจุดยืนของตนว่ายืนหยัดเพื่อสันติภาพ การพัฒนา และเป็นผู้นำด้านจริยธรรมสี จิ้นผิง ไม่ได้สนใจเวเนซุเอลามากไปกว่าที่เขาสนใจจีน เขาหวังว่าสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐเอง”
หวัง ติงหยู สมาชิกสภาอาวุโสจากพรรครัฐบาลไต้หวัน หนึ่งในคณะกรรมการกิจการต่างประเทศและกลาโหมปฏิเสธความคิดที่ว่าจีนอาจทำตามแบบอย่างของสหรัฐและโจมตีไต้หวัน
หวังโพสต์เฟซบุ๊ก“จีนไม่เคยขาดความเป็นปรปักษ์ต่อไต้หวัน แต่ขาดวิธีการที่ใช้ได้ผลอย่างแท้จริง จีนไม่ใช่สหรัฐอเมริกา และไต้หวันก็ไม่ใช่เวเนซุเอลาอย่างแน่นอน ถ้าจีนทำได้จริง จีนคงทำไปนานแล้ว!”
อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์บางคนมองว่า สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงสำหรับไต้หวัน และอาจกดดันไทเปให้แสวงหาความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัฐบาลทรัมป์
บนเว่ยป๋อ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีน ชาวเน็ตพูดคุยกันมากเรื่องการโจมตีของสหรัฐ ผู้ใช้หลายคนกล่าวว่า ปักกิ่งควรเรียนรู้จากสิ่งที่ทรัมป์ทำ
เลฟ แนคแมน อาจารย์รัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันคาดว่ารัฐบาลไต้หวันจะแสดงการสนับสนุนอย่างอ้อมๆ ต่อการกระทำของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา ซึ่งขณะนี้ไต้หวันยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆ
“ผมคิดว่าสิ่งที่การกระทำของทรัมป์อาจทำได้คือ การช่วยสร้างเรื่องราวให้สี จิ้นผิง มีเหตุผลรองรับมากขึ้นในอนาคตสำหรับการดำเนินการต่อไต้หวัน” นักวิชาการรายนี้สรุป







