‘ไต้หวัน’ มองบวก ‘ทรัมป์จับมาดูโร’ โชว์อำนาจป้องปราม ‘จีน’ รุกราน

‘ไต้หวัน’ มองบวก ประธานาธิบดีทรัมป์จับประธานาธิบดีมาดูโรของเวเนซุเอลาได้ภายในประเทศ แสดงให้เห็นถึงอำนาจในการป้องปราม ‘จีน’ รุกราน
เจ้าหน้าที่ไต้หวันมองว่า การจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการป้องปรามการรุกรานของปักกิ่งอย่างทรงพลัง และเป็นการย้ำเตือนในทันทีถึงความสามารถของสหรัฐในการเอาชนะกองทัพที่ติดตั้งอาวุธที่ผลิตในจีน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในแวดวงความมั่นคงของไทเป กล่าวว่า การโจมตีที่โค่นล้มเผด็จการนิโคลัส มาดูโร ส่งสัญญาณไปยังผู้นำเผด็จการ รวมถึง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่าความมุ่งมั่นของทรัมป์ในการใช้กองทัพในกิจการระหว่างประเทศมีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ
แหล่งข่าวบอกด้วยว่า ไทเปปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนของทรัมป์อาจทำให้ปักกิ่งฮึกเหิมมากขึ้น และบอกว่า จีนมองว่าไต้หวันเป็นสวนหนึ่งของดินแดนของตน ดังนั้นกฎหมายระหว่างประเทศไม่ใช่ปัจจัยที่จีนจะนำมาใช้พิจารณา สิ่งที่ปักกิ่งยังขาดอยู่คือขีดความสามารถ ไม่ใช่ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ความเชื่อมั่นในเชิงบวกของเจ้าหน้าที่ไต้หวันนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกระแสชาตินิยมที่แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ซึ่งบรรดาผู้ใช้งานในโลกออนไลน์จีนกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นต้นแบบที่ปักกิ่งสามารถใช้จัดการความตึงเครียดกับไต้หวันได้
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในแถลงข่าววันจันทร์ (5 ม.ค.)
“ปัญหาไต้หวันเป็นเรื่องภายในของจีนโดยแท้ วิธีการแก้ไขปัญหาไต้หวันนั้นเป็นเรื่องของพวกเราชาวจีน และไม่มีกองทัพภายนอกใดสามารถเข้ามาแทรกแซงได้”
สำหรับการโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐ โซเชียลมีเดียไต้หวันมีความคิดเห็นแบ่งเป็นสองฝ่าย บางคนแสดงความกังวลว่า สถานการณ์ในเวเนฯ อาจทำให้จีนฮึกเหิม ขณะที่คนอื่นๆ มองในแง่บวกว่า เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของสหรัฐต่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนและรัสเซีย และอาจกระตุ้นให้วอชิงตันหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมากขึ้น
สหรัฐพยายามยับยั้งการรุกรานจีน
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา “สหรัฐ” ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์อาวุธรายใหญ่สุดของไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นกองกำลังยับยั้งการรุกรานของจีน โดยมีไพ่มาตรการคว่ำบาตร และมีการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐคอยถ่วงดุลอยู่เหนือการรุกรานใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ขณะที่ทรัมป์ยังไม่ได้กล่าวว่าสหรัฐจะปกป้องไทเปจากการโจมตีของปักกิ่งหรือไม่ แต่เมื่อเดือนที่แล้วทรัมป์เพิ่งอนุมัติแพ็กเกจอาวุธให้ไต้หวัน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือเป็นหนึ่งในดีลอาวุธที่ใหญ่ที่สุด
ในทางกลับกัน ตามข้อมูลของศูนย์การศึกษาด้านยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (CSIS) เวเนซุเอลาเป็นผู้ซื้ออาวุธจีนรายใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 495 ล้านดอลลาร์ในช่วงสิบปีสิ้นสุดปี 2020 เป็นรองแค่รัสเซียเท่านั้น โดยรัสเซียเป็นผู้จัดหาอาวุธให้การากัส คิดเป็น 60% ของการนำเข้าอาวุธของเวเนซุเอลาในช่วงเวลาเดียวกัน
สวี ซือเจี้ยน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหม และอดีตที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งไต้หวัน กล่าวในสภาในวันจันทร์ว่า
“ปฏิบัติการครั้งนี้เผยให้เห็นถึงระดับความซับซ้อนของอาวุธสหรัฐ เมื่อเทียบกับอาวุธเวเนซุเอลาที่ได้จากรัสเซียและจีน ปัญหาเวเนซุเอลาไม่ใช่แค่ว่าอาวุธเหล่านั้นมาจากประเทศใด ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการบำรุงรักษา"
ขีดความสามารถอาวุธจีน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่า ระบบอาวุธทางทหารของจีนล้มเหลว หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการบำรุงรักษา และสหรัฐได้อ้างว่ามีแหล่งข่าวกรองที่กว้างขวางที่ปฏิบัติการอยู่ภายในเวเนซุเอลา ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการดำเนินการโจมตีทางทหารในครั้งนี้
ทั้งนี้ ปฏิบัติการในช่วงค่ำคืนของทรัมป์ที่สร้างความตกตะลึง ใช้เครื่องบิน 150 ลำ บุกเขาเวเนซุเอลาหลังทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ จากนั้นก็จับกุมมาดูโรและภริยาที่ฐานทัพ และแยกพวกเขาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับอาวุโสในไต้หวันคนหนึ่งกล่าวว่า ความจริงที่กองกำลังสหรัฐทำลายกองทัพเวเนซุเอลาได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนั้น จะทำให้ปักกิ่งมีเรื่องให้คิดมากมาย
นอกจากอาวุธแล้ว เวเนซุเอลาและจีนยังมีความร่วมมือทางทหารบางอย่างร่วมกันด้วย ทั้งสองประเทศเข้าร่วม International Army Games หรืองานมหกรรมกีฬาทหาร ซึ่งงานบางส่วนจัดขึ้นในจีน
ในการแข่งขันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2022 จ่าสิบเอกชาวเวเนซุเอลาคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐบาลจีนว่า ทีมของเขาใช้อาวุธที่ปักกิ่งจัดหาให้และได้รับคำแนะนำจากทหารจีนเกี่ยวกับวิธีการใช้งานอาวุธเหล่านั้น
จีนยังได้ส่งกองทัพไปยังเวเนซุเอลาเพื่อฝึกสอนในโรงเรียนปฏิบัติการพิเศษของเวเนฯ สถาบันดังกล่าวมีโครงการระหว่างประเทศ ซึ่งมีความร่วมมือกับทหารจากประเทศจีน และประเทศอื่นๆ ด้วย







