BYD เปิดตัวรถปลั๊กอินไฮบริดแบบยืดหยุ่น ‘รุ่นแรกของโลก’

BYD เปิดตัวรถปลั๊กอินไฮบริดแบบยืดหยุ่น ‘รุ่นแรกของโลก’

BYD เร่งปักธงบราซิล เปิดตัวรถปลั๊กอินไฮบริดแบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น ‘รุ่นแรกของโลก’ เจาะตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับน้ำมันผสมเอทานอล

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน BYD เตรียมเปิดตัวรถปลั๊กอินไฮบริดแบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (Plug-in hybrid vehicles: PHVs) “รุ่นแรก” ของบริษัทในบราซิลเร็ว ๆ นี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาใต้

ตัวรถยนต์แบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (Flexible-fuel vehicles: FFVs) ถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถยนต์ในบราซิล เพราะเกือบ 90% ของรถที่ใช้งานอยู่ สามารถเติมเชื้อเพลิงผสมระหว่าง “น้ำมันเบนซิน” กับ “เอทานอล” ซึ่งผลิตจากอ้อยและพืชเกษตรอื่น ๆ ได้ ผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการเจาะตลาดบราซิลจึงแทบหลีกเลี่ยงรถ FFV ไม่ได้

รถประเภทนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่าย เพราะ “การใช้เชื้อเพลิงผสม” ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และยังช่วยให้ต้นทุนเชื้อเพลิงมีความผันผวนน้อยลง ส่งผลให้ FFV กลายเป็นตลาดเฉพาะที่เติบโตแข็งแรงและฝังรากลึกในวิถีชีวิตของชาวบราซิล

BYD ใช้เวลาเพียงสองปีตั้งแต่พัฒนาแนวคิดจนถึงการเปิดตัว PHV แบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น ซึ่งบริษัทระบุว่า “เป็นรุ่นแรกของโลก” โดยเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยผู้ก่อตั้งหวัง ชวนฝู 

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดระบุว่า ระหว่างการเยือนบราซิลเมื่อสองปีก่อน หวังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนารถ FFV สำหรับตลาดท้องถิ่น โดย BYD สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ด้วยการระดมวิศวกรมากกว่า 100 คนจากจีนและบราซิลมาร่วมกันพัฒนา

รถรุ่นใหม่ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับบราซิล ใช้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด DM-i ของ BYD แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคจะยังไม่เปิดเผย แต่ระบุว่า ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ได้รับการอัปเกรดจากรุ่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ในบราซิล ผู้บริโภคสามารถเลือกสัดส่วนการใช้น้ำมันเบนซินต่อเอทานอลได้ตามต้องการ เนื่องจากคุณสมบัติการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิดแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีควบคุมขั้นสูงเพื่อให้การเผาไหม้มีความเสถียร รถ PHV ของ BYD ได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับส่วนผสมของน้ำมันเบนซินและเอทานอลในทุกสัดส่วน

พนักงานรายหนึ่งกล่าวว่า รถรุ่นใหม่นี้ทำให้รถแบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น “น่าสนใจมากขึ้นอย่างมาก” เนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวบราซิลอยู่แล้ว 

นอกจากนี้ BYD ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในศูนย์การค้าและสถานที่ต่าง ๆ จำนวนมาก เพื่อชดเชยการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่มีอยู่จนถึงปี 2024

“BYD เคลื่อนไหวได้รวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ คนที่เคยต่อต้านรถ EV มาก่อน ตอนนี้เริ่มเข้ามาเยี่ยมชมด้วยความสนใจ” เขากล่าว

ขณะเดียวกัน BYD กำลังเร่งวางฐานการผลิตในบราซิล โดยเพิ่งเริ่มเดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่ในรัฐบาเฮีย ทางภาคตะวันออกของประเทศ ด้วยเงินลงทุนราว 992 ล้านดอลลาร์ โรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตแห่งแรกของ BYD ในอเมริกาใต้ และสามารถผลิตรถยนต์ได้ครบทั้งคัน

BYD มีแผนใช้โรงงานดังกล่าวเป็นฐานผลิตรถปลั๊กอินไฮบริด (PHV) เชิงพาณิชย์ โดยระยะแรกมีกำลังการผลิตประมาณ 150,000 คันต่อปี ก่อนจะขยายเป็น 300,000 คัน และในระยะยาวอาจเพิ่มเป็น 600,000 คันต่อปี ทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ BYD นอกประเทศจีน

ทั้งนี้ “บราซิล” ถือเป็นตลาดสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศของ BYD โดยในปี 2023 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในบราซิลถึง 19% และในปีถัดมาได้แซงหน้า Toyota Motor ขึ้นมาครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 43% 

อ้างอิง: nikkei