วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ตุรกี’ พลิกวิกฤติสงคราม ทุ่ม 3 แสนล้าน สร้างรถไฟเชื่อมจีน-ยุโรป

เมื่อเส้นทางการค้าเดิมสะดุด ‘ตุรกี’ เร่งคว้าโอกาสครั้งใหญ่ ทุ่มกว่า 3 แสนล้านบาท ปั้นเส้นทางรถไฟ ‘เชื่อมจีน-ยุโรป’ หวังยกระดับประเทศเป็นประตูการค้าแห่งใหม่ พร้อมช่วงชิงบทบาทสำคัญในห่วงโซ่โลจิสติกส์โลก

ท่ามกลางไฟสงครามที่เขย่าเส้นทางการค้าโลก “ตุรกี” พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3 แสนล้านบาท สร้างโครงข่ายรถไฟสายยุทธศาสตร์ “เชื่อมจีน-ยุโรป” ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปี 2031 หวังผงาดขึ้นเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ของโลก” พร้อมช่วงชิงบทบาทสำคัญบนแผนที่การค้าโลก

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชีย รายงานว่า ตุรกีกำลังเร่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟตาม “แนวเส้นทางการค้าสายกลาง” (Middle Corridor) ซึ่งเชื่อมจีนผ่านเอเชียกลางและตุรกีเข้าสู่ยุโรป เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้า หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนกระทบเส้นทางรถไฟสายเหนือ ขณะที่ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบ เพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งทางทะเล

ล่าสุด ตุรกีเปิดใช้ทางรถไฟระยะทาง 153 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองคาปิคูเล (Kapikule) บริเวณชายแดนติดกับบัลแกเรีย และเมืองเชอร์เคซคอย (Cerkezkoy) ใกล้นครอิสตันบูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากสหภาพยุโรป (EU)

เมื่อโครงการทั้งหมดระยะทาง 229 กิโลเมตรแล้วเสร็จในปี 2028 จะช่วยลดเวลาเดินทางจากอิสตันบูลไปยังชายแดนบัลแกเรียจาก 4 ชั่วโมง “เหลือเพียง 90 นาที” พร้อมเพิ่มขีดความสามารถขนส่งสินค้าจาก 1.5 ล้านตัน เป็น 9.5 ล้านตันต่อปี

‘ตุรกี’ พลิกวิกฤติสงคราม ทุ่ม 3 แสนล้าน สร้างรถไฟเชื่อมจีน-ยุโรป

ขณะเดียวกัน ตุรกี เตรียมเปิดประมูลโครงการรถไฟ Istanbul North Rail Crossing Project (INRAIL) ระยะทาง 127 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเชื่อมฝั่งเอเชียและยุโรปผ่านสะพาน Yavuz Sultan Selim ในอิสตันบูล โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย

โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาคอขวดสำคัญของการขนส่งสินค้าระหว่างสองทวีป เนื่องจากปัจจุบันรถไฟขนส่งสินค้าต้องใช้เพียงอุโมงค์ Marmaray ซึ่งรองรับรถไฟสินค้าได้แค่ 4 ขบวนต่อวัน

อับดุลกาดีร์ อูราโลกลู รัฐมนตรีคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานตุรกี ระบุว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จภายใน 4-5 ปี จะเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าข้ามช่องแคบบอสฟอรัสจาก 3 ล้านตัน เป็น 50 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้ ตุรกีตั้งเป้าสร้างโครงข่ายรถไฟขนส่งสินค้าต่อเนื่องระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร เชื่อมพรมแดนตะวันออกและตะวันตกให้สำเร็จภายในปี 2030-2031 โดยรองรับสินค้าได้ถึง 30 ล้านตันต่อปี

ธนาคารโลกประเมินว่า หากมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนตามเส้นทาง Middle Corridor รวมประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์ จะช่วยเพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าได้ 3.6 เท่าภายในปี 2040 และลดระยะเวลาขนส่งลงครึ่งหนึ่ง

สำหรับตุรกี การพัฒนาเส้นทางดังกล่าวอาจช่วยหนุนเศรษฐกิจระยะยาวเพิ่มขึ้น 4.1% คิดเป็นมูลค่าราว 47,000 ล้านดอลลาร์

ด้านสหภาพยุโรป เตรียมระดมเงินลงทุนภาครัฐและเอกชนสูงสุด 12,000 ล้านยูโร เพื่อสนับสนุน Middle Corridor โดยหวังกระจายความเสี่ยงทางการค้า ลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านรัสเซีย และเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาด พลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ

นอกจากเส้นทางจีน-ยุโรป ตุรกียังผลักดัน “โครงการ Development Road” มูลค่าราว 25,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อมท่าเรือ Grand Faw ของอิรักเข้ากับตุรกีและยุโรป รวมถึงแผนฟื้นฟูทางรถไฟ Hejaz เชื่อมตุรกี ซีเรีย จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีคมนาคมตุรกี มองว่า หากสามารถลดอุปสรรคด้านระบบราชการและพิธีการข้ามพรมแดนได้สำเร็จ การขนส่งสินค้าทางรถไฟจากจีนไปยังกรุงลอนดอน “อาจใช้เวลาเพียง 14 วัน”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ตุรกีกำลังใช้ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งเชื่อมเอเชีย-ยุโรป พลิกวิกฤติเส้นทางการค้าโลก เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ หวังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของโลก

อ้างอิง: nikkei