วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นทุ่มเงินภาษีอุ้มอีวี แต่ ‘Tesla’ กลับได้ประโยชน์มากกว่ารถญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นทุ่มงบภาษีอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า แต่ ‘Tesla’ ค่ายรถสหรัฐ กลับรับอานิสงส์สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก Toyota แซงหน้า Nissan และ Honda ขณะที่งบอุดหนุนเกือบ 90% ของทั้งปีจ่อถูกใช้หมดภายในเวลาเพียง 6 เดือน จุดคำถามถึงความคุ้มค่าและความยั่งยืนของมาตรการ

เงินอุดหนุนอีวีของรัฐบาลญี่ปุ่น “ใกล้หมดก่อนกำหนด” หลังรัฐบาลทุ่มงบกระตุ้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่กลับกลายเป็นว่า “Tesla” ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ กวาดผลประโยชน์ “เป็นอันดับ 2” รองจาก Toyota แซงหน้าค่ายรถเจ้าถิ่นอย่าง Nissan และ Honda ขณะที่งบอุดหนุนเกือบ 90% ส่อถูกใช้หมดภายในเวลาเพียง 6 เดือน ทั้งที่ยังเหลืออีกครึ่งปีก่อนสิ้นปีงบประมาณ สะท้อนความร้อนแรงของตลาด EV ที่กำลังสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลญี่ปุ่น

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ญี่ปุ่นจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการซื้อรถยนต์พลังงานสะอาด (Clean Energy Vehicle) ประมาณ 1.1 แสนล้านเยน (ราว 2.3 หมื่นล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 โดยผู้ซื้อรถ EV สามารถรับเงินสนับสนุนสูงสุด 1.3 ล้านเยนต่อคัน ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ

ข้อมูลระบุว่า หากผู้ซื้อรถที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดระหว่างเดือนเมษายน-กันยายนยื่นขอรับเงินอุดหนุน จะต้องใช้งบประมาณถึง 9.74 หมื่นล้านเยน หรือคิดเป็น 89% ของวงเงินทั้งหมด ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีก 6 เดือนก่อนสิ้นปีงบประมาณ

Toyota ครองสัดส่วนเงินอุดหนุนสูงสุดที่ 3.45 หมื่นล้านเยน หรือ 31% ของงบทั้งหมด ตามด้วย Tesla ที่ 1.91 หมื่นล้านเยน หรือ 17% โดยรถ Toyota bZ4X ได้รับเงินอุดหนุนรวมสูงสุดที่ 1.87 หมื่นล้านเยน ขณะที่ Tesla Model Y ตามมาติด ๆ ที่ 1.53 หมื่นล้านเยน

การเพิ่มเงินอุดหนุน EV สูงสุดอีก 400,000 เยนเมื่อต้นปี ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายน-กันยายน “พุ่งขึ้น 150%” เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 70,273 คัน คิดเป็นสัดส่วน 3.7% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเริ่มสร้างผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด โดย Tesla เผชิญปัญหา “ความต้องการซื้อสูงเกินกว่า” ปริมาณรถที่พร้อมส่งมอบ ส่งผลให้เกิดปัญหาการส่งมอบล่าช้าหลายครั้ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวันส่งมอบและสถานที่รับรถอย่างกะทันหัน

ขณะที่ยอดขาย EV ของค่ายรถต่างชาติอื่น ๆ ซึ่งไม่รวม Tesla “กลับลดลง 26%” เหลือประมาณ 7,900 คัน เนื่องจากถูกปรับลดวงเงินอุดหนุน

นอกจากนี้ เงินอุดหนุนยังทำให้รถ EV มือสองบางรุ่นมีราคาสูงกว่ารถใหม่ เนื่องจากรถมือสองไม่ได้รับสิทธิอุดหนุนจากรัฐบาล

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นระบุว่า โครงการอาจปิดรับคำขอเงินอุดหนุนตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม หากงบประมาณถูกใช้จนเต็มวงเงิน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เงินกำลังถูกใช้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1 เดือน

สำหรับปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลเตรียมเสนอจัดสรรงบประมาณเท่าเดิมที่ 1.1 แสนล้านเยน แต่ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของเงินอุดหนุนต่อคัน หลังผู้บริหารค่ายรถญี่ปุ่นบางรายวิจารณ์ว่า มาตรการที่ให้เงินสนับสนุนสูงเกินไปกำลัง “บิดเบือน” กลไกอุปสงค์และอุปทานในตลาด

ด้านโทชิฮิโระ ซูซูกิ ประธานบริษัท Suzuki Motor ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่า แม้เงินอุดหนุนจะช่วยกระตุ้นยอดขาย แต่ท้ายที่สุดมาตรการนี้ย่อมสิ้นสุดลง พร้อมตั้งคำถามว่า “การพึ่งพาเงินอุดหนุนเพื่อขายรถยนต์ เป็นแนวทางที่ถูกต้องจริงหรือ?”

อ้างอิง: nikkei