รายงานชี้ภาคธุรกิจในยุโรปตะวันตก 1 ใน 6 แห่ง กำลังเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงิน จากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจนเสี่ยงต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์และสื่อ ที่ต้องเร่งปรับโครงสร้างท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวระดับสูง
รายงานล่าสุดจาก Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในยุโรปราว 1,700 แห่ง พบว่า 1 ใน 6 ของบริษัทในยุโรปตะวันตกกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเงิน เนื่องจากมีระดับการก่อหนี้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ธุรกิจมีความเปราะบางและทนทานต่อวิกฤติต่างๆ ได้น้อยลง
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Net-debt-to-EBITDA) ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดภาระหนี้สินโดยรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22% ระหว่างปี 2022 ถึง 2025 โดยบริษัทเกือบ 1 ใน 3 เริ่มต้นปี 2026 ด้วยอัตราส่วนที่สูงกว่า 3 เท่า ซึ่ง BCG จัดว่าเป็นเกณฑ์ที่บ่งชี้ถึง ความเสี่ยงทางการเงิน
ธุรกิจจำนวนมากกู้ยืมเงินต้นทุนต่ำมาสะสมไว้ช่วงโควิด-19 แต่ปัจจุบันกลับเผชิญอุปสรรคในการลดหนี้ เมื่อต้องรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูง ปัญหาการค้า และภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงยาวนาน
รายงานพบว่า แรงกดดันที่ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เพิ่มขึ้นสู่ 16.2% จากระดับ 14.3% ในปีก่อนหน้า โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบในวงกว้างที่สุดคือ สเปนและโปรตุเกส พบว่ามีบริษัทถึง 22% ที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจ
ขณะที่ฝรั่งเศสและกลุ่มภูมิภาค DACH ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ มีสัดส่วนของบริษัทที่เผชิญแรงกดดันในการ ปรับโครงสร้างหนี้ และปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรุนแรงสูงสุดที่ประเทศละ 10%
โทเบียส เวนส์ กรรมการผู้จัดการ BCG และผู้ร่วมเขียนรายงาน ระบุว่าบริษัทในยุโรปผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก 5 ปีมาด้วยปริมาณหนี้ที่เพิ่มขึ้น แต่กลับมีความสามารถในการรองรับปัญหาลดลง
“หากแผนธุรกิจไม่สัมฤทธิผล หรือมีปัจจัยกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอีก บริษัทเหล่านี้จะมีทางเลือกในการรับมือน้อยกว่าช่วงหลายปีก่อนอย่างมาก” เวนส์ กล่าว
3 ธุรกิจ ต้องเร่งปรับโครงสร้าง
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ มีความเปราะบางสูงสุด โดย 62% ของบริษัทกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ต้องปรับตัว เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเพียง 12% ในปี 2025 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยระยะยาวกดดันมูลค่าสินทรัพย์และการทำข้อตกลงซื้อขาย ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
ขณะที่ภาคยานยนต์ ราว 28% ต้องเผชิญแรงกดดันในการปรับโครงสร้าง ท่ามกลางอุปสงค์ชะลอตัว กำลังการผลิตล้นตลาด ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตจีน
ส่วนภาคสื่อและสิ่งพิมพ์ ประมาณ 20% ประสบภาวะตึงตัวอย่างหนักจากการที่ผู้ชมและงบโฆษณาย้ายไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ครีเอเตอร์อิสระ ตลอดจนการค้นหาเนื้อหาผ่านเทคโนโลยี AI





